ความแตกต่างในหน้าที่ของ ไขมันที่เรากินเข้าไป (Dietary Fat) กับ ไขมันที่สร้างโดยตับ (Plasma Fat)


Area ที่พี่สนใจและหมกมุ่นกับมันที่สุด ตั้งแต่เริ่มขจัดไขมันตัวเอง คือ Insulin Resistance และ Fat Metabolism เพราะถ้าเราเข้าใจมันดีพอ เราจะเลือกการกินอาหารที่ช่วยให้ร่างกายสร้างสมดุลชีวเคมีล้านๆปฏิกิริยาในร่างกายได้อย่างปรกติ

พี่ปุ๋มกำลังขับรถกลับจาก Outing กับบริษัท 3 วันที่จันทบุรี แวะ Break Fast อยู่ตรงมอเตอร์เวย์ ดูบทความหนึ่งแล้วเห็นว่า Infographic 3 รูปนี้ จะทำให้เราเข้าใจถึงความแตกต่างในหน้าที่ของ ไขมันที่เรากินเข้าไป (Dietary Fat) กับ ไขมันที่สร้างโดยตับ (Plasma Fat)

รูปที่ 1 : แหล่งของไขมันเพื่อให้ร่างกายใช้ มีอยู่ 3 แหล่ง คือ

1. ไขมันจากอาหาร ส่วนใหญ่กินอยู่ในรูปไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล
(ในรูปคือ ทางเดินอาหารสีเนื้อ) เมื่อย่อยและดูดซึมแล้ว ไขมันเหล่านี้จะถูกขนส่งผ่านจากทางเดินอาหารด้วยเรือชื่อ ไคโลไมครอน (Chylomicron) ไปตามท่อน้ำเหลือง ซึ่งหน้าที่เรือลำนี้คือ จ่ายกรดไขมันให้เนื้อเยื่อหัวใจ ปอด เนื้อเยื่อที่ผ่านตามทาง และเก็บเข้าไว้เป็นพลังงานสำรองในเนื้อเยื่อไขมัน (เหมือนเป็นโกดังสำรอง) ส่วนที่เหลือน้อยมาก (remnant) จะถูกส่งไปสมทบที่ตับ อายุไคโลไมครอนสั้นมาก เหมือนเรือ VLDL คือประมาณ 0.5-1 ช.ม.

2. ไขมันที่สร้างจากตับ เป็นเส้นทางหลักในการ supply ไขมันให้ร่างกาย ได้แก่ ไตรกลีเซอไรด์ (เป็นส่วนใหญ่) ฟอสโฟไลปิด กรดไขมัน คอเลสเตอรอล ที่จะบรรทุกทุกอย่างมาในเรือสีม่วง ชื่อ Very Low Density Lipoprotein (VLDL) ซึ่งจะรีบส่งไตรกลีเซอไรด์ (TG)ให้เซลล์ต่างๆ ดังนั้นเรือก็จะมีไตรกลีเซอไรด์ลดลง เรือที่มี TG ลดลงจะเปลี่ยนชื่อจาก VLDL เป็น Intermediate Density Lipoprotein (IDL) จากนั้น IDL ส่งไตรกลีเซอไรด์ให้เซลล์ต่อไปจนหมดเหลือแต่ คอเลสเตอรอล เราเรียกเรือนี้ว่า Low Density Lipoprotein (LDL) ซึ่งจะบรรทุกแต่คอเลสเตอรอลไปทำหน้าที่สนับสนุน (support) ให้กับเซลล์ เช่นซ่อมผนังเซลล์ สร้างฮอร์โมน สร้างน้ำดี สร้าง Vitamin D ที่ผิวหนัง

3. เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) เก็บไขมันสำรองจากไคโลไมครอน ในยามฉุกเฉิน ตรงนี้แหละที่สำคัญ ในยามที่ร่างกายมีความสมดุลของไขมันที่ได้มาจากทั้ง 1 และ 2 เปอร์เซนต์ไขมันของร่างกายก็อยู่ในเกณฑ์ปรกติ

รูปที่ 2 : เป็น infographic ให้เห็นแหล่ง supply ไขมันจากเรือ 2 ลำ Chylomicron และ VLDL

รูปที่ 3 : แสดงถึงอายุของ เรือแต่ละประเภทที่ตับสร้าง

 

 

ดังนั้น

1. เมื่อเรามีความไม่สมดุลของการกินแป้งผ่านขบวนการ และน้ำตาล เราจึงพบการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลที่เกินไปเป็นไขมันสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งไม่ใช่ไขมันจากไคโลไมครอน

2. ความผิดปรกติของระดับไขมันในเลือด เกิดจากความผิดปรกติของตับ (ไม่ใช่จากไขมันที่กินเข้าไป) ในการควบคุมสมดุลนี้ ซึ่งเราจะได้คุยกันต่อไป ว่ามึสาเหตุจากอะไรได้บ้าง

พี่ขับรถต่อก่อนนะคะ 


Previous articleBig Mac Salad
Next articleDr.Jason Fung กับความคิดเห็นเรื่องการลดน้ำหนักโดยการจำกัดแคลอรี่
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน