ทำงานกะกลางคืน ก็มีสุขภาพดี ต้านกับ นาฬิกาชีวภาพ ได้ แค่เปลี่ยนแปลงสิ่งเดียว


ทำงานกะกลางคืน ก็มีสุขภาพดี ต้านกับ นาฬิกาชีวภาพ ได้ แค่เปลี่ยนแปลงสิ่งเดียว

ถ้าเป็นผู้อ่านบทความจากพี่ปุ๋มมาอย่างเหนียวแน่น จะทราบดีว่า พี่ปุ๋มสนใจมากกับเรื่อง นาฬิกาชีวภาพ ในเซลล์ อิทธิพลของ แสงแดด-ความมืด ต่อนาฬิกาชีวภาพ การจำกัดช่วงเวลาการทานอาหารให้อยู่ในช่วงเวลาที่ยังมีแสงสว่าง (early Time Resrticted Feeding) ซึ่งส่งผลต่อการมีสุขภาพดีของสิ่งมีชีวิต และเขียนโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นระยะ

 

ทางออกสุขภาพของผู้ ทำงานกะกลางคืน

เรื่องที่ยังคาใจอยู่ก็คือ จะมีทางออกอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ที่ต้องทำงานในกะกลางคืน ซึ่งย้อนแย้งกับการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ได้มีสุขภาพดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคทางเมตาบอลิสม ที่เกิดจากการทำงานของร่างกายที่ย้อนแย้งกับนาฬิกาชีวภาพ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันพอกตับ โรคหลอดเลือดหัวใจ…ก็อธิษฐาน ขอให้มีงานวิจัยที่ให้ความหวังกับเรื่องนี้ และแล้ว คำอธิษฐานพี่ก็เป็นผลค่ะ

นักวิจัยที่ Salk Institute (สถาบันนี้รวบรวมนักวิจัยที่เก่งมาก เดี๋ยวมีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังนะคะ) กำลังเจอทางออกสำหรับปัญหานี้ค่ะ

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2561 (พี่ชอบวารสารนี้มากกกก ถึงแม้ว่าบางงานวิจัยที่อ่าน จะทำเอาพี่ “หัวบวม” ไป 3 วันก็ตาม) ชื่องานวิจัยนี้คือ

Time-Restricted Feeding Prevents Obesity and Metabolic Syndrome in Mice Lacking a Circadian Clock

โดยได้ทำการศึกษาในหนูทดลอง 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม ที่มียีนนาฬิกาชีวภาพปรกติ หนูกลุ่มนี้จะได้รับอาหารตลอด 24 ช.ม. พบว่าหนูกลุ่มนี้อ้วนและมีความผิดปรกติทางเมตาบอลิสมตามความคาดหมาย และเมื่อเปลี่ยนแปลงวิถีการให้อาหารเป็นจำกัดช่วงเวลาการให้อาหารอยู่ที่ 10 ช.ม.(Time Restrict Feeding-TRF) หนูกลุ่มเดิมกลับมาผอมและย้อนความผิดปรกติโรคทางเมตาบอลิสมได้ (ตรงกับผลการวิจัยที่ทำก่อนหน้านี้)

ทำงานกะกลางคืน

 

ส่วนที่น่าตื่นเต้นคือ

กลุ่มที่ 2 เป็นหนูที่ได้รับการเอายีนนาฬิกาชีวภาพออก แล้วใช้แบบแผนการให้อาหารเหมือนหนูกลุ่มแรก ที่เป็นกลุ่มควบคุม ก็พบความมหัศจรรย์ของการจำกัดช่วงเวลาการให้อาหารที่ 10 ช.ม.ที่สามารถทำให้หนูทดลองกลุ่มที่ 2 นี้กลับมาผอม และย้อนภาวะผิดปรกติทางเมตาบอลิสมได้เหมือนหนูกลุ่มแรก ถึงแม้ว่าหนูกลุ่มที่ 2 นี้ จะไม่มียีนนาฬิกาชีวภาพอยู่ก็ตาม….เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก

Prof.Dr.Satchin Panda ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิจัย Circadian Rhythm ที่ Salk’s Regulatory Biology Laboratory และเป็นผู้เขียนหนังสือ The Circadian Code ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า มีความเป็นไปได้ที่งานวิจัยนี้จะให้ผลเช่นเดียวกันในคนที่อายุมากขึ้น ระบบนาฬิกาชีวภาพเสื่อมลง ในคนที่ทำงานเป็นกะ ให้กลับมามีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติทางเมตาบอลิกที่มากับการทำงานย้อนแย้งกับนาฬิกาชีวภาพลงได้

ซึ่ง Salk Institute วางแผนจะทำงานวิจัยต่อยอดในคนสูงอายุ และคนที่ทำงานเป็นกะในโอกาสต่อไป

บทสรุป

– ในคนที่ทำงานเป็นกะ มีงานวิจัยที่เสนอแนะไปในทางเดียวกันว่า คนเหล่านี้มีความหวังที่จะได้ประโยชน์ทางสุขภาพ เมื่อจำกัดช่วงเวลาการรับประทานอาหารในแต่ละวันให้อยู่ภายในเวลาไม่เกิน 10 ช.ม.

– ประโยชน์นี้มีทิศทางไปในแนวเดียวกันทั้งในคนสูงอายุ และคนสุขภาพปรกติ ที่จำกัดช่วงเวลาการทานอาหารให้อยู่ภายในเวลาไม่เกิน 10 ช.ม.เช่นกัน

พวกเราสามารถเข้าไปที่ เว็บไซต์ www.mycircadianclock.org เพื่อ d/l application เพื่อได้รับคำแนะนำช่วงเวลาการทานอาหาร-การหยุดทานอาหาร ในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุดกันค่ะ

 

D/L Application