หมดสงสัยด้วยงานวิจัย ทำไม Fasting ถึงดีต่อสุขภาพ


งานวิจัยเชิงสังเกตการณ์การหยุดกินอาหาร ด้วยโปรแกรม Buchinger Therapeutic Fasting ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แหล่งข้อมูล
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6314618/
https://www.buchinger-wilhelmi.com/en/wissenschaft/

บทนำ (Abstract)

งานวิจัยในปี 2559 ชิ้นนี้ ถือเป็นงานวิจัยเชิงสังเกตการณ์แบบมุ่งไปข้างหน้า จากเหตุไปหาผล (Observational prospective cohort study) ในมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

ทำการศึกษาผลกระทบเชิงสุขภาพ จากการโปรแกรมหยุดกินอาหารแบบ Buchinger Therapeutic Fasting ซึ่งนำทีมโดย Dr.Francoise Wilhelmi de Toledo จาก Buchinger Wilhelmi Well-Established Fasting Clinic และ Prof.Andreas Michalsem จาก Charite University Hospital ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน 

งานวิจัยนี้ เก็บและประเมินข้อมูลจากผู้เข้ารับการศึกษาจำนวน 1422 คน เป็นเวลา 1 ปี (ผู้ชาย 581 คน ผู้หญิง 841 คน) มีทั้งคนที่ BMI < 25 ระหว่าง > 25 < 30 และ > 30 ผู้เข้ารับการศึกษาเหล่านี้ ต้องอยู่พักที่คลินิก เพื่อเข้ารับโปรแกรมการหยุดกินอาหารเพื่อสุขภาพ (Buchinger Therapeutic Fasting)  ซึ่งมีทั้งหมด 4 โปรแกรมคือ

โปรแกรมที่ 1 ทำการหยุดกินอาหาร 5 วัน (ช 278 คน ญ 381 คน)

โปรแกรมที่ 2 ทำการหยุดกินอาหาร 10 วัน (ช 214 คน ญ 316 คน)

โปรแกรมที่ 3 ทำการหยุดกินอาหาร 15 วัน (ช 76 คน ญ 120 คน)

โปรแกรมที่ 4 ทำการหยุดกินอาหาร 20 วัน (ช 13 คน ญ 24 คน)

 

ทุกโปรแกรมมีค่าเบี่ยงเบนระยะเวลาการหยุดกินอาหาร +/- ได้ 2 วัน

 

ผู้เข้ารับการศึกษาจะได้รับคำแนะนำในการทำการหยุดกินอาหารตามแนวทางของ Buchinger Therapeutic Fasting โดยได้รับแคลอรี่จากอาหารแต่ละวันอยู่ที่ 200 ถึง 250 แคลอรี่ ร่วมกับโปรแกรมการออกกำลังกายที่หนักปานกลาง

มีการวัดค่าตัวแปรทางคลินิก รวมทั้งอาการข้างเคียง และสุขภาวะ โดยการบันทึกประจำวัน มีการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวิเคราะห์ก่อนและสิ้นสุดโปรแกรม วิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางสถิติแบบ Mixed-effects linear method

 

รูปที่ 1 : ระเบียบวิธีวิจัย แสดงด้วยแผนภูมิภาพ

(รูปที่ 1 : ระเบียบวิธีวิจัย แสดงด้วยแผนภูมิภาพ)

 

ตารางที่ 2 : ลักษณะประชากรที่เข้ารับการศึกษา

(ตารางที่ 1 : ลักษณะประชากรที่เข้ารับการศึกษา)

 

วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาความปลอดภัย ประโยชน์ต่อสุขภาพ และสุขภาวะ (Safety, health improvement and well being)

การศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 พี่ปุ๋มวางลิ้งค์ ทั้งงานวิจัยฉบับเต็ม และเว็บไซต์ของ Buchinger Wilhelmi Therapeutic Fasting Clinic ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ไว้ให้ผู้ที่ต้องการศึกษาด้วยค่ะ

 

งานวิจัยนี้ให้หลักฐานของข้อมูลที่แสดงว่า ทำไม Fasting ถึงดีต่อสุขภาพ

 

1 การทำการหยุดกินอาหาร ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายพลังงาน ที่เก็บอยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน โดยเปลี่ยนแปลงระบบเมตาบอลิสม จากการใช้กลูโคสเป็นวัตถุดิบในการสร้างพลังงาน มาเป็นกรดไขมันและคีโตน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ การวัดการเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิสมนี้ ถูกบันทึกโดยการวัดระดับคีโตนบอดี้ในปัสสาวะ

 

2 การทำการหยุดกินอาหาร ช่วยในการลดน้ำหนัก ลดขนาดรอบเอว อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

รูปที่ 2 : การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก (A) และรอบเอว (B) ตามระยะเวลาในการหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน) และตามเพศ

(รูปที่ 2 : การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก (A) และรอบเอว (B) ตามระยะเวลาในการหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน) และตามเพศ)

 

3 การทำการหยุดกินอาหาร ลดระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมด (Total Cholesterol) ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดระดับ HDL ลดระดับ LDL ได้อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และยิ่งทำการหยุดกินอาหารนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีนัยยะสำคัญทางสถิติมากเท่านั้น

 

รูปที่ 5: การหยุดกินอาหาร เปลี่ยนแปลงเมตาบอลิสมของไขมัน

(รูปที่ 5: การหยุดกินอาหาร เปลี่ยนแปลงเมตาบอลิสมของไขมัน) 

 

4 การทำการหยุดกินอาหาร ช่วยลดความดันโลหิต ทั้ง Systolic และ Diastolic ให้กลับสู่ระดับปกติ และปรับปรุงค่าตัวแปรที่บ่งบอกภาวะเบาหวาน เช่นระดับน้ำตาลในเลือด HbA1c และไม่สังเกตพบการเปลี่ยนแปลงการเต้นของหัวใจอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ ระหว่างการหยุดกินอาหาร ในประชากรทั้งหมด (p < 0.001) 

 

รูปที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต systolic (A) และความดันโลหิต Diastolic (B) ตามระยะเวลาหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน)

(รูปที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต systolic (A) และความดันโลหิต Diastolic (B) ตามระยะเวลาหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน)

 

รูปที่ 6 : การเปลี่ยนแปลงระดับกลูโคสในเลือดแยกตามเพศ (A) และ HbA1c รวมประชากรทั้งหมด (B) ตามระยะเวลาหยุดกินอาหาร

(รูปที่ 6 : การเปลี่ยนแปลงระดับกลูโคสในเลือดแยกตามเพศ (A) และ HbA1c รวมประชากรทั้งหมด (B) ตามระยะเวลาหยุดกินอาหาร)

 

5 พบว่า 84% ของผู้เข้ารับการศึกษา มีการปรับปรุงสภาวะที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ เช่นข้ออักเสบ เบาหวานประเภทที่ 2 ไขมันพอกตับ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงและอาการเหนื่อยล้าไม่มีแรง ให้ดีขึ้น

 

6 พบว่า 93% ของ ผู้เข้ารับการศึกษา ไม่รู้สึกหิวในระหว่างการทำการหยุดกินอาหาร ซึ่งส่งผลให้สุขภาวะทางด้านกายและอารมณ์ดี

 

รูปที่ 4 : การเปลี่ยนแปลงเชิงอารมณ์ (A) และสุขภาวะทางกายภาพ (B) ระหว่างการหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน) โดยให้ผู้เข้ารับการศึกษาให้คะแนนตัวเองระหว่าง 0 - 10 โดยมีผู้ให้คะแนนทั้งหมด 1074 คน

(รูปที่ 4 : การเปลี่ยนแปลงเชิงอารมณ์ (A) และสุขภาวะทางกายภาพ (B) ระหว่างการหยุดกินอาหาร (5,10,15,20 วัน) โดยให้ผู้เข้ารับการศึกษาให้คะแนนตัวเองระหว่าง 0 – 10 โดยมีผู้ให้คะแนนทั้งหมด 1074 คน)

 

7 การทำการหยุดกินอาหารแบบ Buchinger Therapeutic Fasting นี้ มีการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยผู้เข้ารับการศึกษาต้องอยู่ที่คลินิกตลอดระยะเวลาของการศึกษา จึงพบอาการข้างเคียงเล็กน้อย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ผู้ดูแลสามารถรักษาได้ทันที โดยไม่มีผลกระทบต่อการหยุดกินอาหารเพื่อการรักษาตามโปรโตคอล อาการข้างเคียงที่พบได้แก่ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดหลังในช่วง 3 วันแรก

 

ตารางที่ 2 : ลักษณะประชากรที่เข้ารับการศึกษา)

(ตารางที่ 2 : รายงานอาการข้างเคียงเล็กน้อย ในลักษณะ self report ประจำวัน และจากการสังเกตการณ์ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1311 คน)

 

8 ระดับเกลือแร่ พบว่าโซเดียมและโพแทสเซียมลดลง อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ในระหว่างโปรแกรมหยุดกินอาหาร แต่ยังคงอยู่ในย่านที่ปกติ ทั้งก่อนและหลังโปรแกรมหยุดกินอาหาร

 

9 นอกจากนั้นก็ยังมีการวัด Blood cell ก่อนและหลังโปรแกรมหยุดกินอาหาร  วัด Coagulation วัด การทำหน้าที่ของตับ ค่าบ่งชี้ปฏิกิริยาอักเสบ (Inflammatory Biomarkers) และ การทำงานของไต

 

สรุปงานวิจัย ทำไม Fasting ถึงดีต่อสุขภาพ

จากงานวิจัยนี้พบว่า โปรแกรมการหยุดกินอาหารเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพแบบ Buchinger Therapeutic Fasting ระยะเวลา 4-21 วัน ปลอดภัย รวมทั้งแสดงถึงประโยชน์ว่า ทำไม Fasting ถึงดีต่อสุขภาพ และสุขภาวะ 

โปรแกรมนี้ นอกจากช่วยในการลดน้ำหนักแล้วยังปรับปรุงปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจหลายประการเช่นน้ำหนักเกินรอบเอวใหญ่ความดันโลหิตสูง

มันช่วยปรับปรุงค่าตัวแปรในเลือดหลายอย่าง ให้กลับสู่ภาวะปกติ ช่วยปรับปรุงสุขภาพ และปรับปรุงกลุ่มอาการผิดปกติทางเมตาบอลิสม และผู้เข้ารับการศึกษายังทนต่ออาการข้างเคียงได้ดี ทำให้มีสุขภาพวะที่ดีทั้งกายและใจ

เป็นอันว่าพี่ปุ๋มสรุปงานวิจัยชิ้นนี้เสร็จเรียบร้อย อย่าลืมว่างานวิจัยนี้ทำในคลินิคพิเศษ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Therapeutic Fasting มีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้เข้ารับการศึกษาต้องอยู่ในคลินิกตลอดโปรแกรม จึงสามารถออกแบบโปรแกรมให้มีระยะเวลาในการหยุดกินอาหารนานตั้งแต่ 4-21 วันได้

ดังนั้น พี่ปุ๋มก็ยังคงเตือนน้องน้องเหมือนเดิมว่า ถ้าเราไม่ได้มีความผิดปกติทางเมตาบอลิสม ยึดถือคำแนะนำของ Dr.Nadir Ali ที่ให้ทำ Intermittent Fasting 16/8 ก็เพียงพอที่จะกระตุ้น Autophagy แล้ว และทำ Extended Fasting 2-3 วัน ปีละ 2-3 ครั้ง พอค่ะ

ก่อนที่จะทำ Extended Fasting 2-3 วัน อย่าลืมเตรียมตัวร่างกายให้พร้อมก่อน พี่ปุ๋มเขียนวิธีเตรียมตัวในการทำ IF ให้มีประสิทธิภาพ ไว้ใน ebook เรื่อง Autophagy & Intermittent Fasting ที่แจกฟรีให้พวกเราตอนเปิดเว็บไซต์เป็นทางการ กรุณากลับไปอ่านกันก่อนนะคะ 

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน

 

กดเพื่อเข้าฟังไฟล์เสียง (สมาชิกเท่านั้น)

กดเพื่อสมัครสมาชิกและรับฟรีอีบุ้ค