ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) (ตอนที่ 1/2)


ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) (ตอนที่ 1/2)

หนึ่งในเคล็ดลับของการมีอายุยืนยาว ดูหนุ่มสาวกว่าอายุคือ การยังคงรักษาให้เนื้อเยื่อมีความไวต่ออินซูลินเป็นปรกติ แม้จะอายุ 90 ปีก็ตาม

หลังจากอ่านหนังสือ ติดตามกลุ่มนักวิจัยที่ discuss กันแต่อินซูลินอย่างเดียวมาเป็นระยะเวลา 8 เดือน ในความคิดเห็นของพี่ปุ๋ม ก็ต้องขอใช้ภาษาวัยรุ่นสักหน่อย เพื่อให้พวกเราเข้าใจความสำคัญของฮอร์โมนตัวนี้ว่า

“ฮอร์โมนอินซูลิน เจ้าพ่อทุกสถาบัน”

โพสต์ตอนที่ 1 ในวันนี้ เรามาทำความรู้จักอินซูลินว่า

› สร้างที่ส่วนไหนของร่างกาย

› ทำหน้าที่สำคัญอะไรบ้างกับเนื้อเยื่อต่างๆ

› คำจำกัดความและสาเหตุของภาวะดื้อต่ออินซูลิน

 

ฮอร์โมนอินซูลินถูกสร้างขึ้นที่ตับอ่อน

โดยเซลล์ที่ชื่อว่า เบต้าเซลล์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเนื้อเยื่อที่เรียกว่า Islet of Langerhans ซึ่งตั้งชื่อตามแพทย์ชาวเยอรมัน Dr.Paul Langerhans ผู้ค้นพบในปี ค.ศ. 1869 ในตับอ่อน จะมีอยู่ประมาณ 1 ล้าน Islet

มีการค้นพบฮอร์โมนอินซูลิน และบทบาทของมันในปี ค.ศ.1920 (เพิ่งเกือบ 100 ปีมานี่เอง) โดย Dr.Frederick Grant Banting และ Dr.J W.Macleod จนทั้งสองได้รับรางวัลโนเบล สาขาสรีรวิทยา/การแพทย์ ในปี ค.ศ.1923 จากการค้นพบฮอร์โมนอินซูลินนี้

หนัาที่หลักที่สำคัญของฮอร์โมนอินซูลิน

ซึ่งเป็น Anabolic Hormone คือ ฮอร์โมนแห่งการสร้างให้เติบโต (มันถึงมีความเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน-เซลล์ไขมันโต มะเร็ง-เซลล์มะเร็งโต ตับ-ไขมันสะสมที่ตับ (ดูรูปที่ 1 และ 2 ประกอบ) มันส่งผลต่อเนื้อเยื่อสำคัญดังนี้

รูปที่ 1 : ผลของอินซูลินต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เมื่อมีความไวต่ออินซูลินปรกติ (S) และ เมื่อมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (R)
รูปที่ 1 : ผลของอินซูลินต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เมื่อมีความไวต่ออินซูลินปรกติ (S) และ เมื่อมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (R)

 

รูปที่ 2 : ผลของอินซูลินต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เมื่อมีความไวต่ออินซูลินปรกติ (S) และ เมื่อมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (R)
รูปที่ 2 : ผลของอินซูลินต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เมื่อมีความไวต่ออินซูลินปรกติ (S) และ เมื่อมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (R)

 

เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ อินซูลินจับกับตัวรับ เพื่อเปิดช่องทาง(ประตู) ให้กลูโคสในเลือดผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างพลังงาน เพื่อความอยู่รอดของเซลล์ นอกจากนั้นอินซูลินยังนำกรดอะมิโนเข้าสู่กล้ามเนื้อเพื่อการสร้างและซ่อมแซม (ดูรูปที่ 3)

รูปที่ 3 : ตัวรับอินซูลินที่เซลล์ ที่ทำหน้าที่คล้ายกุญแจ เปิดประตูที่ปล่อยให้กลูโคสไหลเข้าเซลล์
รูปที่ 3 : ตัวรับอินซูลินที่เซลล์ ที่ทำหน้าที่คล้ายกุญแจ เปิดประตูที่ปล่อยให้กลูโคสไหลเข้าเซลล์

 

ที่ตับ

อินซูลินจับกับตัวรับ เพื่อเปลี่ยนกลูโคสให้เป็นกลัยโคเจน สะสมไว้ใช้ในยามต้องการ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสมดุลกลูโคสในเลือด

เนื้อเยื่อไขมัน

หลังจากที่ตับสร้างกลัยโคเจนที่ตับได้ประมาณ 5 % ปฏิกิริยานี้จะถูกระงับ และจะหันมาสร้างกรดไขมันจากกลูโคส (De novo lipogenesis) บรรทุกไปในเรือ Lipoprotein ชนิดต่างๆ เพื่อขนส่งไปให้เซลล์ใช้ซ่อมแซม และส่งให้เนื้อเยื่อไขมันเก็บสะสม

คำจำกัดความของภาวะดื้อต่ออินซูลิน

หมายถึง ความสามารถที่ลดลงของเนื้อเยื่อร่างกายในการตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ช่องทาง(ประตู) ที่จะเปิดให้กลูโคสไหลเข้าเซลล์ เพื่อใช้สร้างเป็นพลังงานเกิดอาการ “ฝืด” เซลล์ได้รับกลูโคสไม่เพียงพอ ทั้งๆที่มีปริมาณกลูโคสอยู่ในกระแสเลือดมากมาย เหมือนที่ Prof.Ludwig เขียนไว้ในหนังสือ Always Hungry ว่า มีกลูโคสเพียงพอ แต่เซลล์ใช้งานไม่ได้

สิ่งที่ร่างกายทำเพื่อความอยู่รอดของเซลล์ คือ สั่งเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อน ให้สร้างอินซูลินเพิ่มขึ้นเพื่อเปิดประตูให้กว้างพอที่กลูโคสจะไหลเข้าเซลล์ได้เพียงพอต่อความต้องการ

เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้ดำเนินต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะดื้อต่ออินซูลินคือ

1. ระดับอินซูลินที่สูงขึ้น และอาจค้างอยู่เป็นเวลานานในเลือด (Hyperinsulinemia)

2. ระดับกลูโคสในเลือดที่ขยับสูงขึ้น Dr.Joseph Kraft เขียนไว้ในหนังสือดีมากชื่อ Diabetes Epidemic & You ว่ามีคนจำนวนมากที่ตรวจผ่านการทดสอบระดับกลูโคส (Oral Glucose Tolerance Test) แล้วก็คิดว่าตัวเองรอดพ้นจากความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นเบาหวาน แต่ในที่สุดหลังจากนั้น 5-10 ปี ก็กลายเป็นเบาหวาน เพราะไม่ได้ตรวจระดับอินซูลินที่สูงมานานด้วย เนื่องจากกว่าที่ตับอ่อนจะล้าและถึงจุดที่ไม่สามารถจะทนต่อการสร้างอินซูลินชดเชย ก็ใช้เวลานานหลายปี ในระหว่างนั้น ระดับกลูโคสในเลือดอาจยังอยู่ในระดับปรกติ หรือเริ่มขยับสูงขึ้นแต่ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเกินค่าปรกติ (เหมือนอย่างที่พี่ปุ๋มเป็น)

อะไรคือสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

› พันธุกรรม การมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือดสมอง

› โรคบางชนิด เช่น PCOS, Cushing Syndrome

› อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป

› ยาในกลุ่ม Corticosteroids ยาจิตเวชบางตัว ยารักษา HIV บางตัว

› วิถีการดำเนินชีวิต ได้แก่ โภชนาการ รับประทานแป้งผ่านขบวนการและน้ำตาล อาหารผ่านขบวนการแปรรูป ไม่มีกิจกรรมทางร่างกายมากเท่าที่ควร ทำให้น้ำหนักเกิน หรืออ้วน

พรุ่งนี้ เรามาเจาะลึกเพิ่มถึง

› การวินิจฉัยภาวะดื้อต่ออินซูลิน

› ผลกระทบต่อสุขภาพที่ภาวะดื้อต่ออินซูลินสร้างต่อร่างกาย และ

› โภชนาการ 9 ขั้นที่จะช่วยย้อนภาวะนี้

 


Ref :

http://diabeteslibrary.org/function-of-insulin/

https://www.niddk.nih.gov/…/…/prediabetes-insulin-resistance

https://www.britannica.com/science/islets-of-Langerhans

Books : Diabetes Epidemic & You by Dr.Joseph Kraft

Insulin Resistance Solution by Dr.Rob Thompson

Syndrome X by Jack Challem


Previous articleInsulin Resistance Solution
Next articleภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Book Review หน้าปก)
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน