สมอง ต้องการกลูโคสจากการทานคาร์โบไฮเดรตเท่านั้นจริงหรือ?


” สมอง มีความจำเป็นต้องใช้กลูโคสตลอดชีวิต เรากำลังเพิ่มความเสี่ยงให้สมองทำงานผิดปรกติ ถ้าไม่ทานคาร์โบไฮเดรต” จริงหรือ?

สำหรับผู้ที่ใช้โภชนาการคาร์บต่ำ เพื่อกำจัดไขมัน หรือเพื่อย้อนภาวะเบาหวาน เพื่อปรับปรุงกลุ่มอาการทางเมตาบอลิสม เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันตัวสำคัญผิดปรกติ ปฏิกิริยาอักเสบไร้เชื้อเรื้อรัง ไขมันพอกตับ อาจจะเคยได้รับคำเตือนว่า “อันตรายนะที่เลือกทานโภชนาการคาร์โบไฮเดรตต่ำ ไขมันดีสูง เพราะ สมอง มีความจำเป็นต้องใช้กลูโคสตลอดชีวิต เรากำลังเพิ่มความเสี่ยงให้สมองทำงานผิดปรกติ ถ้าไม่ทานคาร์โบไฮเดรต”

บทความนี้ พี่ปุ๋มสรุปคำตอบของคำถามนี้จากแพทย์ชื่อดัง ผู้สนับสนุนโภชนาการคาร์บต่ำ ซึ่งแพทย์เหล่านี้ เขียนหนังสือ ดูแลคนไข้ด้วยโภชนาการคาร์บต่ำมาเป็นสิบปี และได้รับการยอมรับในแวดวงโภชนาการคาร์บต่ำเป็นอย่างสูง มีใครกันบ้าง ไปฟังคำตอบกันค่ะ

1. Dr.Sarah Hallberg

เธอเป็นหนึ่งในแพทย์ที่ Virta Health ซึ่งทำงานร่วมกับ Prof.Stephen Phinney และ Dr.Jeff Volex ในงานวิจัยโภชนาการคีโตเจนนิคในมนุษย์ คำตอบของเธอคือ

“ถ้าคุณทานคาร์โบไฮเดรต สมอง ก็ใช้คาร์โบไฮเดรต(กลูโคส) แต่ถ้าคุณไม่ทานคาร์โบไฮเดรต สมองก็สบายดี ถ้าดูหลักฐานทางคลินิก สมองสบายดีกว่าด้วยซ้ำ เมื่อใช้ไขมันในรูปคีโตน ซึ่งเรามักจะได้รับ feedback จากคนที่ทานคาร์บต่ำ ไขมันดีสูงว่า รู้สึกสมองแจ่มใส มีสมาธิจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น นอนหลับสนิท ดังนั้นความเชื่อที่ว่าสมองต้องใช้กลูโคส เป็นจริงก็เฉพาะตอนที่คุณทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเท่านั้น และถ้าคุณเลือกทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ สมองคุณก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย”

2. Dr.Jason Fung

ผู้อำนวยการ Intensive Dietary Management โรงพยาบาลโตรอนโต แคนาดา ผู้เขียนหนังสือที่โด่งดังในวงการโภชนาการคาร์บต่ำ 3 เล่ม คือ Obesity Code, Diabetes Code และ The Complete Guide To Fasting และเป็นผู้สนับสนุนการนำการหยุดทานอาหารเป็นช่วงเวลา (Intermittent Fasting)มาใช้ในคนไข้เบาหวาน ที่ IDM Clinic ของเขา มาฟังคำตอบเขากัน

“คำถามนี้ไม่ได้ผิดไปซะทั้งหมด สมอง ต้องการกลูโคสปริมาณหนึ่งในการทำงาน แต่ไม่จำเป็นต้องได้กลูโคสที่ต้องการจากอาหารเท่านั้น ถ้านึกถึงการหยุดทานอาหาร (Fasting) ภายหลังจากการที่คุณทานคาร์โบไฮเดรตมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นภาวะที่ใช้อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เพราะไม่มีสารอาหารใดเข้าสู่ร่างกายเลย สมองจะทำอย่างไรในภาวะที่ไม่มีกลูโคสจากอาหารเลย

สมองก็แค่เปลี่ยนไปใช้ไขมันในรูปคีโตนแทน การศึกษาทางคลินิกพบว่า ในช่วงเวลาที่ Fasting สมองใช้คีโตนได้ถึง 75% อีก 25% ของสมอง รวมถึงเม็ดเลือดแดงที่ด้านในของผนังไตใช้กลูโคส แล้วกลูโคสที่ต้องการ เอามาจากไหน ถ้าไม่ได้จากอาหาร คำตอบก็คือ ตับจะเป็นตัวสร้างกลูโคสที่ร่างกายต้องการเอง โดยเอาส่วนของกลีเซอรอล ที่เป็นส่วนประกอบหลักของไขมันไตรกลีเซอไรด์ มาสร้างเป็นกลูโคสผ่านขบวนการที่เรียกว่า กลูโคนีโอเจนเนซิส (Gluconeogenesis)

คุณต้องทานโปรตีน และไขมัน เพราะคุณต้องการกรดอะมิโนจำเป็น และกรดไขมันจำเป็น ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ถ้าคุณไม่ทานเข้าไป คุณมีโอกาสเจ็บป่วยได้ แต่คุณไม่ต้องการคาร์โบไฮเดรตจำเป็น เพราะมันไม่มีคาร์โบไฮเดรตจำเป็น เหมือนกับโปรตีนและไขมัน ถ้าคุณต้องการกลูโคส คุณไม่มีความจำเป็นที่ต้องทานคาร์โบไฮเดรตเลยตลอดชีวิต เพราะร่างกายสร้างกลูโคสปริมาณเท่าที่ต้องการได้เอง”

3. Dr.Eric Westman

เป็นรองศาสตราจารย์ ด้านกุมารแพทย์ อยู่ที่ Duke University Health System เป็นนักวิจัย ระดับนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านใช้ โภชนาการคาร์บต่ำ ในการจัดการ โรคอ้วน เบาหวาน เขาเป็นผู้เขียนหนังสือดัง 2 เล่มคือ Keto Clarity ร่วมกับ Jimmy Moore และ The New Atkins For A New You มาฟังคำตอบเขากันค่ะ

“ถ้าเราเลือกทาน คาร์โบไฮเดรต สมองก็จะเลือกใช้กลูโคส แต่ถ้าไม่ทาน คาร์โบไฮเดรต สมองก็จะเลือกใช้ไขมันในรูปคีโตน ซึ่งสมองใช้คีโตน ในการทำงานได้ดีทีเดียว ดูตัวอย่างชัดเจนได้ จากโรคลมชักในเด็ก ซึ่งเกิดจากความผิดปรกติของเซลล์สมองที่ไม่สามารถใช้กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานได้ เมื่อเราเปลี่ยนเป็นให้คีโตนแทน พบว่าสามารถหยุดอาการลมชักได้อย่างดียิ่ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถึงไม่มีคาร์โบไฮเดรต สมองก็สามารถทำงานได้โดยการใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน”

หวังว่าโพสต์นี้ จะทำให้พวกเราสบายใจ และหายสงสัยว่า จะมีอันตรายอะไรต่อสมองหรือไม่ ถ้าเราเลือกวิถีชีวิตโดยใช้โภชนาการคาร์โบไฮเดรตต่ำ

อ่านบทความอื่นเกี่ยวกับสมอง

อ้างอิงจาก

https://www.dietdoctor.com/member/interviews/common-questions?autoplay=333841&fbclid=IwAR2pRNxsyO8PbNohQ1XVJUopHX5Nb56CzepiVk6_Gx7SX0bFheocOtJ4JfI#brain