ใครจะลดน้ำหนักได้ง่ายกว่ากัน?


ช่วงถามตอบ

“คน 2 คน มีส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย รอบเอวหารรอบสะโพก น้ำหนักปัจจุบันอยู่ที่ 70 กิโลกรัม เท่ากันหมด คนหนึ่งอายุ 50 ปี มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัม มา 10 ปี อีกคนอายุ 35 ปี มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัมมา 3 ปี ใครจะลดน้ำหนักได้ง่ายกว่ากัน เพราะอะไร”

 

มาเฉลยคำถามเมื่อวานแล้ว คืนนี้พี่ปุ๋มติดสัมมนาชีวิตถึง 22.30 น. อาจจะตอบข้อความช้านะคะ คนที่ตอบได้ใกล้เคียงคือ Sirintra Kuakit(เรื่องภาวะดื้อต่ออินซูลิน) และ Kan Nak (ตอบก่อนเรื่องอายุ)

คำถามคือ

“คน 2 คน มีส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย รอบเอวหารรอบสะโพก น้ำหนักปัจจุบันอยู่ที่ 70 กิโลกรัม เท่ากันหมด คนหนึ่งอายุ 50 ปี มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัม มา 10 ปี อีกคนอายุ 35 ปี มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัมมา 3 ปี ใครจะลดน้ำหนักได้ง่ายกว่ากัน เพราะอะไร”

(ตัดเรื่องกรรมพันธุ์ , Personal Fat Threshold, โรคประจำตัวอื่นๆ ออกไปก่อนนะคะ เอาโดยทั่วไป)

คำตอบ

  • น้ำหนักร่างกายที่เหมาะสม ถูกตั้งค่าด้วย ศูนย์ตั้งค่าน้ำหนัก (Body Set Weight Center) ที่อยู่ทึ่สมองส่วนไฮโปทาลามัส เป็นน้ำหนักที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลอยู่ที่น้ำหนักนี้ได้นานที่สุด

การเปลี่ยนแปลงศูนย์ตั้งค่าน้ำหนักนี้ใหม่เกิดจากอิทธิพลจากฮอร์โมนหลายตัว ฮอร์โมนคู่สำคัญคือคู่ชกระหว่าง อินซูลิน กับ เลปติน อินซูลินทำหน้าที่ในการเก็บสะสมไขมันเป็นพลังงานในภายหลัง ส่วนเลปติน ก็จะคานอำนาจอินซูลินไม่ให้เก็บสะสมไขมัน ด้วยการส่งสัญญาณถึงสมอง บอกร่างกายให้หยุดกิน เพื่อรักษาน้ำหนักนี้ (Body Set Weight) ไว้ให้ดีที่สุด ศูนย์นี้มีลักษณะ Time Dependence (จะเปลี่ยนแปลงขึ้นกับระยะเวลา ไม่ได้เปลี่ยนกันข้ามเดือน)

ข้อมูลสำคัญของการตอบคำถามนี้คือ

1. การเปลี่ยนแปลงศูนย์ตั้งค่าน้ำหนักนี้ ไปที่ค่าใหม่ ใช้ระยะเวลานานขนาดไหน เพราะฮอร์โมนคู่สำคัญ พยายามสู้กัน เพื่อปกป้องร่างกาย ให้มีไขมันพอเหมาะ มีลักษณะของ Time Dependence อยู่ คือมันจะขยับขึ้นทีละน้อยๆ จนเราไม่รู้สึก และไม่แก้ไขตั้งแต่แรก

2. ภาวะดื้อต่ออินซูลินอยู่ในระดับไหน ขึ้นกับ

2.1 ระดับอินซูลินในกระแสเลือดที่มากเกิน

2.2 ระยะเวลาที่ร่างกายต้องอยู่กับอินซูลินที่สูงนั้น ยิ่งนาน ก็ยิ่งมีโอกาสจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลินมากเท่านั้น

2.3 ความมีประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ ในการใช้พลังงานส่วนเกินในรูปกลัยโคเจน ซึ่งอายุมีผลต่อประสิทธิภาพนี้

3. ระดับ Growth Hormone ,Adrenaline ซึ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนอีกกลุ่ม ที่ทำหน้าที่ต้านอินซูลิน (Counterregulatory Hormones) ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น การหลั่ง Growth Hormone จะลดลงอย่างมาก ลดฤทธิ์ต้านอินซูลิน ส่งผลต่อการสะสมไขมันได้ง่ายขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

ดังนั้น คงจะทราบคำตอบแล้วนะคะว่า ใครน่าจะลดน้ำหนักได้ยากกว่า คนที่อายุ 50 ปีค่ะ

คนที่อายุ 50 ปีปล่อยให้ร่างกายค่อยๆมีน้ำหนักเกินมา 10 ปี โดยไม่จัดการอะไรตั้งแต่แรก

1. ศูนย์ตั้งค่าน้ำหนักเขา เปลี่ยนไปเป็น 70 kg แล้ว และก็จะพยายามทุกวิถีทาง ที่จะให้เขารักษาน้ำหนักอยู่ที่ 70 kg ดังนั้น การลดน้ำหนักของเขา สวนทางกับน้ำหนักทึ่เป็น Body Set Weight ใหม่ที่ชินแล้ว คิดดูว่า เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาขนาดไหน

2. ระยะเวลาที่อยู่กับระดับอินซูลินที่สูงตลอดเวลา นานกว่า ย่อมมีโอกาสมีภาวะดื้อต่ออินซูลินมากกว่า ยิ่งทำให้ลดน้ำหนักได้ยากขึ้น

3. Growth hormone ผลิตน้อยลงมาก ยิ่งไม่สามารถต้านทานฤทธิ์ของอินซูลินได้ดี

4. กล้ามเนื้อไม่มีประสิทธิภาพในการใช้กลัยโคเจนได้ดีเหมือนหนุ่มสาว

  • ในขณะที่คนหนุ่ม น้ำหนักที่ขึ้นไป 10 kg ยังไม่ได้ขยับศูนย์ตั้งค่าน้ำหนักตามขึ้นไปทัน เพราะน้ำหนักเกินไม่นาน ระยะเวลาที่เขา expose ต่ออินซูลินก็น้อยกว่า เขากำลังถูกศูนย์ตั้งค่าน้ำหนักใหม่ (ที่ประมาณ 63 kg ช่วยเหลือดึงเขาลงมาจาก 70 kg ด้วยขบวนการของกลุ่มฮอร์โมนต้านอินซูลิน เหมือนเขากำลังใช้นิ้วผลักครกลงมาจากภูเขาโดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลก ครกลงมาจากภูเขาอย่างรวดเร็ว นึกถึงดาราฮอลลีวู้ดที่เพิ่มน้ำหนัก 30 kg เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี แล้วเขาก็ลดน้ำหนักกลับมาที่เดิมได้อย่างง่ายดาย
  • สิ่งที่ได้จากโพสต์นี้คือ อย่าปล่อยให้น้ำหนักไขมันขยับขึ้น โดยไม่จัดการอะไรตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะกว่าจะรู้ตัว ก็อาจจะเป็นเหมือนผู้ชายอายุ 50 ปีคนนี้นะคะ

ใครจะลดน้ำหนักได้ง่ายกว่ากัน?

 


Ref : Book “The Obesity Code” by Dr.Jason Fung


Previous articleChia pudding
Next articleคลิปเสียงสัมภาษณ์ บทสรุปของหนังสือ “The Complete Guide to Fasting
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน