ไขมันที่เรากินเข้าไป (Dietary Fat) สัมพันธ์กับ ไขมันในเลือด หรือไม่


ไขมันที่เรากินเข้าไป (Dietary Fat) ไม่ได้สัมพันธ์อะไรโดยตรงเลยกับไขมันในเลือด ที่เรากลัวกันนักหนา เวลาตรวจร่างกายประจำปี

Dr.Jason Fung เขียนอธิบายว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร ในลิงค์ที่แนบมา ด้วยภาษาที่ง่าย แต่สิ่งที่พี่ปิ๊งมากคือคำอธิบายของ Dr.Jason ว่า ไขมันที่เรากินเข้าไป ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับไขมันในกระแสเลือด ที่เราลุ้นกันทุกปีเวลาตรวจร่างกาย เพราะอะไรมาดูกัน

ไขมันเมื่อกินเข้าไปผ่านทางเดินอาหาร จะผ่านขบวนการย่อยโดยน้ำดี และ เอ็นไซม์ไลเปส ได้กรดไขมันดูดซึมเข้าเซลล์ลำไส้เล็ก แล้วไปรวมตัวเป็นไตรกลีเซอไรด์อีกครั้ง เก็บไว้ในไคโลไมครอน (คล้ายๆแท้งค์เก็บไขมันไม่ให้สัมผัสน้ำเลือด เพราะไขมันไม่ละลายในน้ำเลือด)

ไคโลไมครอน แตกต่างจากคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ที่ไม่เดินทางไปสู่ตับทันทีหลังจากการย่อย เพราะมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะ ผ่านร่างแหหลอดเลือดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Hepatic Portal Vein แต่ไคโลไมครอนจะเดินทางผ่านท่อน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณลำไส้เล็ก แล้วเดินทางไปที่หัวใจ จ่ายกรดไขมันเป็นพลังงานให้กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อระยาง และที่เหลือจะส่งให้เนื้อเยื่อไขมันเอาไปเก็บในรูปไตรกลีเซอไรด์หมด แทบไม่เหลือส่งกลับไปที่ตับเลย

นี่คือเหตุผลที่ทำไมเวลาเรากินไขมันแล้ว มันจึงไม่กระตุ้นอินซูลินเลย นอกจากนั้นไคโลไมครอนในกระแสเลือด อายุสั้นมาก (1-2 ช.ม.) ไม่เหลือให้เราตรวจเจอในกระแสเลือด เวลาเราตรวจร่างกายประจำปี

ทีนี้เรามาเข้าใจกันเสียทีว่า แล้วไขมันที่เราตรวจพบในกระแสเลือด (Cholesterol, LDL-C, HDL-C, Triglyceride) มาจากไหน

ก็มาจากคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล รวมทั้งโปรตีนที่กินเกินนั่นเอง เมื่อย่อยและดูดซึมจะเดินทางไปตับ ผ่านทาง Hepatic Portal Vein ตับจะส่งสัญญาณให้อินซูลินออกมา เพื่อเตรียมส่งน้ำตาลออกไปในกระแสเลือด ให้อินซูลินพาออกไปส่งให้เซลล์ทั่วร่างกาย ส่วนน้ำตาลและกรดอะมิโนที่เหลือเกิน ทุกอย่างจะถูกอิทธิพลอินซูลินเปลี่ยนเป็นไขมัน เก็บไว้ที่ตับ

ในแต่ละวัน ตับเป็นโรงงานที่สร้างสารต่างๆมากมาย และมีหน้าที่ขนส่งไขมัน คอเลสเตอรอล ไปให้เซลล์ต่างๆตามใบสั่ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเก็บไว้ที่ตับมากเกินไป จนเกิดภาวะไขมันพอกตับ ตับจะสร้างเรือชื่อ LDL ซึ่งเป็นโปรตีน มาขนไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล กรดไขมัน วิตามินที่ละลายในไขมัน ขึ้นไปเก็บไว้ในแท้งค์ และก็ขับเรือแล่นไปในกระแสเลือด เพื่อส่งไขมันให้อวัยวะต่างๆ เรือลำนี้อายุประมาณ 2 วัน ซึ่งเวลาเราตรวจไขมันในเลือด เราก็ตรวจสิ่งที่เรือ LDL นี้บรรทุกมานั่นเอง และมีการเคลื่อนไหวของเรือตลอดทั้งวัน ทำให้การตรวจปริมาณไขมันบนเรือในช่วงเวลาต่างๆได้ผลไม่เท่ากัน ตับสร้างเรือ LDL มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งเราจะเริ่มทำความเข้าใจกับมัน ในโพสต์ต่อๆไป

ทีนี้พวกเราเข้าใจหรือยังคะว่า ไขมันที่เรากินเข้าไป ไม่ได้สัมพันธ์อะไรกับไขมันที่อยู่บนเรือ LDL

โพสต์ถัดๆไป เราจะเริ่มมาทำความเข้าใจกับสมดุลการสร้างไขมันชนิดต่างๆจากตับ แล้วอะไรเป็นสาเหตุให้ตับเสียสมดุลในการสร้างไขมันเหล่านี้…วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ

 

 

Credit รูป : Dave Feldman “Cholesterol Code”

https://www.facebook.com/jason.fung.313/posts/10155260838486423


Previous articleLCHF Wrap
Next article5 สภาวะการเปลี่ยนแปลงเมื่อหยุดกินอาหาร (Infographic)
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน