19 สุดยอดวิธีในการปัองกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF)จากอุปกรณ์ดิจิตอล


โดย : Dr.Joseph Mercola

แหล่งข้อมูล : Wake Up World website
https://wakeup-world.com/…/top-19-tips-to-reduce-your-emf-…/


การได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(Electro Magnetic Field-EMF) จากสมาร์ทโฟน เครือข่าย Wi-Fi และอุปกรณ์ “สมาร์ท” ทั้งหลาย มีความเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่นหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ(Cardiac Arrthmia) วิตกกังวล(Anxiety) ซึมเศร้า(Depression) ออทิสติก(Autism) สมองเสื่อม(Alzheimer’s) เป็นหมัน (Interfility) ไมโตคอนเดรียทำหน้าที่ผิดปรกติ ดีเอ็นเอเสียหาย อาการปวดเรื้อรัง กดระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

Dr.Mercola ได้สัมภาษณ์ Prof.Martin Pall, PhD ศาสตราจารย์เกียรติคุณสาขาชีวเคมีและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ถึงอันตรายของ EMF ศาสตราจารย์มาร์ตินได้ให้ข้อมูลว่า อันตรายจาก EMF เกิดจากการที่ EMF กระตุ้น Reactive Oxygen Species กลุ่มหนึ่งที่ชื่อ Peroxynitrites ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายให้กับ DNA ได้มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยผ่านการทำอันตรายต่อไมโตคอนเดรีย

เครื่องมือที่ปล่อย EMF อย่างต่อเนื่องในระดับที่ส่งผลเสียหายต่อไมโตคอนเดรียได้แก่สมาร์ทโฟน สมาร์ทแท็บเล็ต เสาส่งสัญญาณสมาร์ทโฟน เราท์เตอร์ Wi-Fi โมเด็ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไร้สาย เป็นต้น

19 สุดยอดวิธีในการปัองกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF)จากอุปกรณ์ดิจิตอล


ประเภทของ EMF ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แบ่งกว้างกว้างได้เป็น 4 ประเภท

1. คลื่นวิทยุ (Radio Frequency-RF)

เป็นคลื่นที่มีความแรงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับอีก 3 ประเภทที่เหลือ คืออยู่ระหว่าง 3 KHz ถึง 300 GHz อุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่น RF คือ สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต Wi-Fi อุปกรณ์ไฟฟ้าไร้สาย

2. สนามแม่เหล็ก (Magnetic Field-MF)

มาพร้อมกับสนามไฟฟ้า (Electric Field-EF) แหล่งที่มาของ MF ได้แก่ทรานสฟอร์เมอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ แผงเบรคเกอร์ สมาร์ทมิเตอร์ที่เอาไว้วัดไฟฟ้าน้ำประปา เครื่องชาร์ทแบตเตอรี่มือถือ แบตเตอรี่แล็ปท็อป ความถี่อยู่ในช่วง 50 ถึง 60 Hz ซึ่งเป็นความถี่จากกระแสไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน

3. สนามไฟฟ้า (Electric Field-EF)

ก็คือกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสายไฟนั่นเอง ซึ่งมันก็จะสร้าง MF รอบมันด้วย แรงดันไฟฟ้า(Voltage) สร้างแรงดันกระแสไฟฟ้าภายในเส้นลวด ปัญหาที่เกิดกับมนุษย์คือ EF จะต้องถูกซับโดยเสาไฟฟ้าธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งก็คือร่างกายมนุษย์นั่นเอง นั่นหมายถึง โดยพื้นฐานร่างกายเราจะได้รับ EF ในระดับต่ำแต่สม่ำเสมอภายในบ้าน โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเลย ถึงแม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะไม่ได้เปิดอยู่เลยก็ตาม

4. กระแสไฟฟ้าสกปรก (Dirty Electricity-DE)

การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ไฟฟ้าซึ่งควรจะปล่อยความถี่ที่ 60 หรือ 50 Hz มันกลับถูกออกแบบพิเศษให้ประหยัดพลังงาน โดยการขัดขวางการไหลของกระแสไฟฟ้าหลายครั้งต่อนาที อย่างเช่นหลอดฟลูออเรสเซนต์ มันประหยัดพลังงานโดยเปลี่ยนสลับโหมดปิด-เปิด ถึง 20,000 ครั้งต่อวินาที โดยที่ตาเรามองไม่เห็น ไม่รู้สึกถึง การที่มันขัดขวางการไหลของกระแสไฟฟ้าแบบนี้ มันกลับทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ปล่อย EMF ปริมาณมากในความถี่ที่สูงขึ้น จาก 60/50 Hz กลายเป็น 300 Hz ถึง 10 MHz (ความถี่คลื่นวิทยุ) ซึ่ง Dr.Sam Milham ได้ตีพิมพ์งานวิจัยมากมายเกี่ยวกับ DE ต่อสุขภาพในทางลบนี้ ในวารสารทางการแพทย์ที่ทรงเกียรติ ตลอดระยะเวลา 50 ปี


ถ้านับเอาช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นพื้นฐาน (2461) เราจะตกใจมากว่าในช่วงเวลา 100 ปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้รับ EMF เพิ่มขึ้นถึง 10 ยกกำลัง 18 เท่า (เลข 1 ตามด้วย 0 จำนวน 18 ตัว!!!)


Prof.Martin Pall ได้ตีพิมพ์งานวิจัยมากมาย ที่แสดงว่า EMF กระตุ้นช่องทางที่ให้แคลเซี่ยมผ่านเข้า-ออกเซลล์ (Voltage-gated calcium channel) ส่งผลให้มีแคลเซี่ยมไหลเข้าสู่เซลล์มากผิดปกติซึ่งจะไปกระตุ้นการผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide-NO)

ไนตริกออกไซด์ เป็นโมเลกุลเพียงชนิดเดียวในร่างกายที่ถ้าถูกผลิตออกมามากเกิน มันจะสามารถเอาชนะโมเลกุลประเภท superoxide ตัวอื่นได้ และทำให้ตัวมันกลายเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง Reactive Oxygen Species กลุ่ม Peroxynitrites

มีงานวิจัยที่สำคัญของ Prof.Martin ความหนา 140 หน้า ที่ศึกษาบทบาทของ ROS กลุ่ม Peroxynitrites ที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น เพิ่มปฏิกิริยาอักเสบทั่วร่าง สร้างความเสียหายต่อไมโตคอนเดรีย จึงทำให้เกิดการทำลาย DNA พี่วางลิงค์การศึกษา 140 หน้านี้ไว้ให้ด้วยนะคะ

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2248324/

แต่เป็นเพราะผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจาก EMF ไม่ได้เห็นชัดเจนทันที แต่จะมีลักษณะสะสมคล้ายอันตรายจากการสูบบุหรี่ นักวิจัยลงความเห็นว่าอาจต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีขึ้นไป กว่าจะเห็นผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ มนุษย์เลยไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องนี้ ยิ่ง 5G กำลังจะมา ทุกคนมัวแต่ตื่นเต้นโดยหารู้ไม่ว่า 5G มีอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างไร (สำหรับผู้สนใจเรื่อง 5G ลองติดตามเพจ Dr.Jack Kruse ดูนะคะ พี่ติดตามแกมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แกเป็นศัลยแพทย์ที่อุทิศตัวในการเผยแพร่อันตรายของ EMF ,deuterium ต่อไมโตคอนเดรีย เป็นนักรบ Mitochondriac Warrior ตัวยง)

5g EMF

มีรายละเอียดเชิงลึกอีกมากมายจากบทความนี้ รวมทั้ง vdo ที่ Dr.Mercola สัมภาษณ์ Dr.Martin และท่านอื่น เกี่ยวกับผลกระทบของ EMF ต่อสุขภาพมนุษย์ ได้ความรู้มากเลยค่ะ ท่านที่สนใจสามารถศึกษาต่อได้เลยค่ะ แต่โพสต์นี้ พี่ตั้งใจสรุปวิธีป้องกันตัวเราและครอบครัวจากการได้รับ EMF ทั้ง 4 ประเภทนี้มากเกินไปค่ะ


19 สุดยอดวิธีในการปัองกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF)จากอุปกรณ์ดิจิตอล

Dr.Mercola สรุป 19 วิธีให้เรานำไปใช้ดังนี้ค่ะ

1 ระบุแหล่งปล่อย EMF หลักๆรอบตัวให้ได้ว่ามีอะไรบ้าง เช่น สมาร์ทโฟน โทรศัพท์ไร้สาย อุปกรณ์บลูทูธสวมศีรษะหรือเหน็บหู แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดไร้สาย เมาส์คอมพิวเตอร์ไร้สาย ไมโครเวฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าไร้สายอื่นๆ เมื่อเราระบุได้ เราจึงจะสามารถจำกัดการใช้ได้ ไม่ควรให้เด็กใช้สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ไร้สายทุกชนิด เพราะเด็กมีความไวต่อ EMF มากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากมีกะโหลกศีรษะที่บางกว่า

2

ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านระบบสายเชื่อมต่อแบบ Ethernet (พี่เข้าใจว่าคือสาย LAN ไม่แน่ใจนะคะ แต่ต้องต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์) และเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ให้อยู่ใน Airplane Mode (ทำได้ด้วยหรือคะ ใครทราบช่วยอธิบายในคอมเมนท์เพิ่มด้วยค่ะ) ไม่ใช้คีย์บอร์ด เมาส์ เครื่องพิมพ์ แบบไร้สาย

3 ถ้าต้องใช้ Wi-Fi ให้เปิดเฉพาะเวลาที่จะใช้เท่านั้น ใช้เสร็จแล้วปิดทันที เช็คก่อนเข้านอนเสมอว่าปิด Wi-Fi router หรือยัง บทความนี้แนะนำว่าถ้าโน๊ตบุ๊คเราไม่มี Ethernet port ให้หาซื้อ USB Ethernet adapter มาใช้ พี่ไม่แน่ใจว่าไทยมีขายหรือไม่ค่ะ ใครทราบช่วยบอกหน่อยนะคะ (ตอนนี้พี่โทรติดต่อช่างให้มาทำการย้าย Wi-Fi router ออกนอกห้องนอนแล้วค่ะ)

4 หลีกเลี่ยงการชาร์จสมาร์ทโฟนผ่านแท่นชาร์จไร้สาย เพราะมันเพิ่มปริมาณ EMF ภายในพื้นที่นั้น เปลี่ยนมาใช้แท่นชาร์จแบบมีสายแทน

5 ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในห้องนอน และห้องข้างเคียง(ถ้าทำได้) แบบดึงปลั๊กออก ไม่ใช่แค่ปิดสวิตซ์ เพื่อปิดกั้นการไหลของสนามกระแสไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กเข้ามาในห้องนอนตอนกลางคืน

6ใช้นาฬิกาปลุกแบบไขลาน แทนที่แบบดิจิตอล (พี่ใช้อยู่ แต่ก็ลุ้นการตีค้อนเมื่อถึงเวลาปลุกทุกที )

 

7 เปลี่ยนการใช้เตาไมโครเวฟ เป็นเตาอบ หรือเตาติ๊ง แทน

 

8 หลีกเลี่ยงอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ที่ใช้คำว่า สมาร์ท นำหน้า เช่น สมาร์ททีวี เพราะมันจะปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกมาตลอดเวลา ปิดระหว่างใช้งานไม่ได้

9 ไม่ใช้ สมาร์ทมิเตอร์ในบ้าน (ประเทศไทย การไฟฟ้าฯ และ การประปาฯ ยังไม่ได้ใช้สมาร์ทมิเตอร์ ข้อนี้ก็ผ่านไป

10 ถ้ามีลูกเล็ก ต้องการใช้ Baby Monitor ให้เลือกใช้แบบมีสายแทน หรือย้ายเตียงลูกมาไว้ในห้องนอนเรา

11 เปลี่ยนหลอดไฟแบบฟลูออเรสเซนส์ (Compact fluorescent Light Bulb) ไปใช้หลอดไฟแบบมีไส้ให้หมด

12 หลีกเลี่ยงการพกสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อแนบตัว ไม่นอนหลับโดยมีสมาร์ทโฟนเปิดอยู่ หรือนอนทับ (ถ้าจำเป็นให้เปิด Airplane Mode) ถ้าจะให้ปลอดภัยสุด ใส่มันลงในถุงฟาราเดย์ (Faraday Bag) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกัน EMF (พี่กำลังเล็ง Swiss Ray Guard อยู่)

13 ใช้ปุ่ม Speaker ในการรับสายหรือโทรออกทุกครั้ง และวางมือถือห่างจากตัว 3 ฟุต ใช้โทรออกหรือรับสายเข้าให้สั้นที่สุด หรือเปลี่ยนมาใช้โทรผ่านอินเตอร์เน็ตแบบใช้สาย หรือส่งข้อความแทน

14หลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะทั้งแสงสีฟ้าและ EMF ขัดขวางการสร้างเมลาโทนิน

15รับประทานอาหารที่มีแมกเนเซี่ยมให้เพียงพอทุกวัน (400 มก/วัน) มนุษย์ทั่วโลกขาดแมกเนเซี่ยมเป็นส่วนใหญ่ เพราะแมกเนเซี่ยมออกฤทธิ์ต้านการไหลเข้าของแคลเซี่ยมสู่เซลล์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่าลดอันตรายจาก EMF ได้

16 Prof.Martin แนะนำให้รับประทานอาหารที่กระตุ้น Nrf2 เพราะการเพิ่มระดับ Nrf2 ในร่างกาย ช่วยบรรเทาความเสียหายจาก EMF ได้ เช่นผักตระกูล Cruciferous ที่มีสารกลุ่ม Sulforaphane เช่น กระหล่ำปลี บร็อคโคลี่ เทอนิพ อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม Phenolic สูงเช่น ฝรั่งกิมจู ลิ้นจี่ โอเมก้า 3 คาโรทีนอยด์ (โดยเฉพาะไลโคปีนในมะเขือเทศ) กระหล่ำปลีซึ่งมีสารกลุ่ม Isothiocyanate

17 เพิ่มการออกกำลังกาย Intermittent Fasting เพราะช่วยเพิ่มระดับ Nrf2 ได้ ผ่านขบวนการที่เรียกว่า Nitric Oxide Dump

18 เครื่องเทศกลุ่มที่มีสาร Phenolic สูงเช่น อบเชย กานพลู ขิง โรสแมรี่ ขมิ้นชัน แสดงฤทธิ์ต้าน Reactive Oxygen Species กลุ่ม Peroxynitrite ได้ จึงอาจช่วยป้องกันผลจาก EMF ได้

19 โมเลกุลของไฮโดรเจน (Molecular Hydrogen) ออกฤทธิ์กำจัด ROS กลุ่ม Peroxynitrite ได้ดี งานวิจัยพบว่าช่วยลดความเสียหายได้ถึง 80% (ข้อนี้พี่ปุ๋มไม่เคลียร์ว่า หมายถึงสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารประกอบใดที่ให้ Molecular Hydrogen บทความระบุเพียงเท่านี้ค่ะ)

 


การจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เป็นพิษต่อร่างกาย มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกโภชนาการที่ส่งเสริมสุขภาพ EMF เป็นเรื่องใกล้ตัวที่มนุษย์มองไม่เห็น เป็นมลภาวะที่มาพร้อมกับ Civilization ถูกบังคับให้ต้องยอมรับ 5G กำลังจะมาในไม่ช้า ไม่เอาก็ไม่ได้ ดังนั้นการหาวิธีป้องกันการรับ EMF ที่มากเกิน จึงเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของเรานะคะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน