ปัจจัยสำคัญ 8 ประการที่ทำให้ขบวนการ autophagy เกิดช้าลง (ตอนจบ)


โดย : Siim Land

แหล่งข้อมูล : https://siimland.com/you-do-not-get-autophagy-unless/

 


เมื่อวานนี้ พี่สรุป 4 ปัจจัยที่ทำให้ขบวนการ autophagy ช้าลงไปแล้ว ซึ่งคือ

1 การใช้ชีวิตไม่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพ

 

2ระดับวิตามินดีต่ำ

 

3ปฏิกิริยาเครียดระดับเซลล์ที่มากเกินไป

 

4ความผิดปกติในการทำงานของไมโตคอนเดรีย

 

 

อ่านบทความตอนที่ 1

 


โพสต์นี้พี่จะสรุปปัจจัยอีก 4 อย่างที่เหลือ ที่ทำให้ขบวนการ autophagy ช้าลง

5 Autophagy กับ ภาวะดื้อต่อเลปติน (Leptin Resistance)

 

เลปติน เป็นฮอร์โมนความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเนื้อเยื่อไขมัน มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมอัตราการเผาผลาญพลังงาน การใช้พลังงานของร่างกาย และสมดุลของฮอร์โมนในกระบวนการเมตาบอลิสม หน้าที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ เลปติน เป็นหนึ่งในฮอร์โมนที่ควบคุมกระบวนการ autophagy

และกระบวนการ autophagy ที่เป็นปรกติ ก็มีความสำคัญต่อการคงไว้ซึ่งความไวของเลปติน เพื่อที่มันจะยังคงควบคุมความอยากอาหาร/ความอิ่มได้อยู่


ภาวะดื้อต่อเลปติน จะยับยั้งขบวนการ autophagy ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะดื้อต่อเลปตินคือ

Causes of Leptin resistance
รูปที่ 1 : infographic แสดงปัจจัยที่เป็นสาเหตุของภาวะดื้อต่อเลปติน มาจากบทความของ Siim Land

1. ความเครียดเรื้อรัง
2. การได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืน
3. อาหารผ่านขบวนการโดยเฉพาะกลุ่มคาร์โบไฮเดรต
4. ภาวะอักเสบ
5. การรับประทานของว่างบ่อยในแต่ละวัน
6. การอดนอน

ปัจจัยทั้งหมดนำไปสู่ภาวะการมีระดับอินซูลินในเลือดสูง (Hyperinsulinemia) ซึ่งนำไปสู่ภาวะดื้อต่อเลปตินเช่นกัน

การจัดการแก้ภาวะดื้อต่อเลปตินก็คือ การจัดการกับปัจจัย 6 ข้อด้านบนนั่นเอง ได้แก่ นอนอย่างมีคุณภาพมากขึ้น กินอาหารธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เน้นอาหารที่มีความหนาแน่นของสารอาหารสูง จัดการความเครียด เลิกกินของว่างจุบจิบทั้งวัน

6

การได้รับฟรุคโตสในปริมาณมากเกินไป

 

การบริโภคฟรุคโตสเกิน เป็นสาเหตุของภาวะดื้อต่ออินซูลิน และตามมาด้วยภาวะดื้อต่อเลปติน นอกจากนั้นยังส่งเสริมภาวะอักเสบ เพิ่ม ROS และสร้างความเสียหายต่อไมโตคอนเดรียได้

การได้รับฟรุคโตสมากเกินเป็นระยะเวลานาน จะเปลี่ยนการแสดงออกของยีนที่ตัวรับเลปติน และเปลี่ยนแปลงยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ autophagy ที่เนื้อเยื่อไขมันและตับของหนูทดลอง

พบว่าฟรุคโตส รบกวนขบวนการ autophagy มากกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น เนื่องจากฟรุคโตสทำให้เกิดไขมันพอกตับ และความสามารถของฟรุคโตสในการเติมไกลโคเจนให้ตับ จะขัดขวางขบวนการ autophagy เพราะขบวนการ autophagy ถูกควบคุมด้วยระดับไกลโคเจนที่ตับ

ปริมาณการเติมไกลโคเจนให้ตับสะท้อนว่ามีสมดุลอินซูลินกับกลูคากอนหรือไม่ และสะท้อนว่ามีความสมดุลของ Nutrient sensors สำคัญ 2 ตัวคือ mTOR และ AMPK ซึ่งเป็นตัวชี้นำว่าร่างกายควรอยู่ในกระบวนการเจริญเติบโต หรือกระบวนการ autophagy ดี ในภาวะแวดล้อมนั้น

ระดับไกลโคเจนสูงที่ตับบ่งบอกถึงกระบวนการเจริญเติบโต (กระตุ้น mTOR) จึงยับยั้งขบวนการ autophagy จนกว่าร่างกายจะใช้ไกลโคเจนที่ตับจนหมด

ถึงแม้ว่าฟรุคโตสที่เกิดจากการสังเคราะห์ทางเคมี (Artificial fructose) จะมีผลต่อการขัดขวางขบวนการ autophagy มากกว่าฟรุคโตสธรรมชาติที่มีอยู่ในผลไม้รสหวานก็ตาม แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ฟรุคโตสธรรมชาติจะขัดขวางขบวนการ autophagy ดังนั้นเราควรจำกัดปริมาณการกินผลไม้รสหวานให้เหลือแค่ 1-2 servings ต่อวัน

7

Autophagy กับ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

 

อินซูลินเป็นฮอร์โมนหลักในการสะสมพลังงาน และควบคุมการใช้เชื้อเพลิง (กลูโคส)ระดับเซลล์ เราทราบกันดีว่าภาวะมีระดับอินซูลินในเลือดสูงเรื้อรัง ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน อ้วน กลุ่มอาการทางเมตาบอลิก ภาวะหลอดเลือดอุดตัน และอัลไซเมอร์ เป็นต้น

ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ยับยั้งขบวนการ autophagy ที่ตับ ผ่านกลไกขัดขวางการสร้างยีนหลักที่ควบคุมขบวนการ autophagy

ดังนั้นการบริโภคคาร์โบไฮเดรตมากเกิน หรือกินอาหารบ่อยเกิน (3 มื้อหลัก + 3 มื้อของว่าง) นั้น เพิ่มระดับอินซูลินในเลือด และทำให้อินซูลินอยู่ในเลือดนานเกินปกติ เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมสร้างแรงกดดันให้ตับและตับอ่อน ในการจัดการกับระดับน้ำตาลที่สูงเรื้อรัง

นอกจากนั้นอินซูลินยังขัดขวางขบวนการ autophagy ผ่านการกระตุ้น mTOR ส่งสัญญาณให้ร่างกายเปลี่ยนไปสู่โหมดแบ่งเซลล์เจริญเติบโต/ซ่อมแซม นั่นหมายถึงการยับยั้งภาวะคีโตซิสเช่นกัน

การแก้ไขภาวะดื้อต่ออินซูลินเพื่อให้ขบวนการ autophagy กลับมาทำหน้าที่เป็นปกติ ทำได้โดย (แต่ใช้เวลานานขนาดไหน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะดื้อต่ออินซูลิน งานวิจัยที่พี่อ่าน บางคนใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียวค่ะ)

1. ใช้การหยุดกินอาหารระยะเวลานาน (Long Fasting)
2. Ketogenic Diet

8

Autophagy กับ Intermittent Fasting (IF)

 

เราจะไม่สามารถส่งเสริมกระบวนการ autophagy ให้ทำงานเป็นปกติได้เลย ถ้าเราไม่มีการหยุดกินอาหารเป็นช่วงเวลา (IF) ในแต่ละวันที่นานมากพอ

ในบทความนี้ให้ข้อมูลว่า คนอเมริกันใช้เวลาในการกินอาหาร 14 ถึง 16 ชั่วโมงในแต่ละวัน ดังนั้นจึงมีเวลาหยุดกินอาหารเพียงแค่ 8 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงพอเลยที่จะใช้ไกลโคเจนสะสมที่ตับจนหมด (กระบวนการ Autophagy ถูกควบคุมด้วยระดับไกลโคเจนที่ตับ)

ดังนั้นผู้เขียนบทความนี้จึงแนะนำว่า ทุกคนควรจะมีช่วงเวลาหยุดกินอาหารที่นานพอ (IF) ทุกวัน ร่วมกับการทำ Fasting ยาวบ้าง นานๆครั้ง

Fasting ที่นานเกิน 24 ชั่วโมง ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาเบาหวาน ความดัน ฮอร์โมน พี่ปุ๋มเพิ่งอ่านงานวิจัยที่รีวิวเรื่องการทำ Fasting หลากหลายรูปแบบ พบว่ามีอาการข้างเคียงที่อันตราย (เพราะมันสร้างความเครียดระดับสูงให้กับร่างกาย) ที่เราควรคำนึงถึงในการทำ Fasting ระยะยาว ถ้าไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ค่ะ

(คนไข้ของ Dr.Jason Fung ที่เป็นเบาหวานมานาน และจะต้องทำ Fasting ระยะยาว 7-14 วัน จะอยู่ที่คลินิกของเขา เพื่อวัดค่าเคมีเลือด และ vital sign ต่างๆ)

IF 16/8 ร่วมกับการออกกำลังกาย การอบซาวน่า โภชนาการคาร์บต่ำไขมันดีสูง ก็เพียงพอที่จะช่วยการใช้ไกลโคเจนที่ตับ และกระตุ้นกระบวนการ autophagy แล้ว
(ความคิดเห็นส่วนตัว พี่ปุ๋มไม่สนับสนุนการทำ Fasting ระยะยาว ถ้าพวกเราไม่ได้มีความผิดปกติของระบบเมตาบอลิสม)

Energy Starvation
รูปที่ 2 : Infographic แสดง วิถีทางชีวเคมีเมตาบอลิก (metabolic pathway) ที่ร่างกายเลือกใช้สารอาหาร เพื่อการเจริญเติบโต หรือขบวนการ autophagy มาจากบทความของ Siim Land


การวัดว่าเราอยู่ในขบวนการ autophagy หรือไม่

ทำได้ 2 แบบค่ะ แบบยากกับแบบง่าย

1

แบบยาก

 

1.1 ส่องดูผ่าน immunofluorescent microscopy มันจะมีโครงสร้างภายในเซลล์เฉพาะเจาะจง เวลากำลังเกิดขบวนการ autophagy ช่วงจังหวะที่ autophagosome มันกำลังหลอมรวมกับ lysosome

1.2 วัดโปรตีน ชื่อ LC3-II ที่มันจะเกิดขึ้นตอนกำลังเกิด autophagy

1.3 Flux assay

2

แบบง่าย วัดทางอัอม

 

2.1 ดู Insulin : Glucagon ratio ควรน้อยกว่า 1

2.2 ดู Glucose Ketone Index (GKI)

GKI = Blood glucose/18 แล้วเอาค่าที่ได้ มาหารด้วย blood ketone อีกที
ถ้าค่า ต่ำกว่า 3 บ่งชี้ว่า มีขบวนการ autophagy เกิดขึ้นในร่างกาย

 


เป็นอันว่าพี่สรุปเรื่อง ปัจจัยสำคัญ 8 ประการที่ทำให้ขบวนการ autophagy เกิดช้าลง เสร็จเรียบร้อย

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน