Always Hungry (ตอนที่ 2)


Always Hungry (ตอนที่ 2)

คืนนี้มาซะดึกเลย. อาทิตย์นี้พี่ทำงาน 7 วัน เวลาเลยแน่นมาก เวลาเขียนโพสต์ มันใช้สมาธิมาก กว่าจะเรียบเรียงความคิด กว่าจะเขียนได้ อ่านแล้วแก้ไข จนกว่าจะพอใจ ถึงจะพิมพ์ค่ะ เลยเพิ่งเสร็จจากเตาเวลานี้

เมื่อวานพี่ปุ๋มได้เขียนถึงขบวนการในการควบคุมความหิว อิ่ม ของร่างกาย ผ่านการทำงานของฮอร์โมนที่สร้างจากอวัยวะ 4 ชนิด สอดประสานกันเป็นอย่างดี

แล้วอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยทำให้การทำงานของฮอร์โมนที่สร้างจากอวัยวะ 4 ชนิดนี้เสียสมดุล (Crash) แล้วทำให้เรามีอาการ Always Hungry มาดูกันค่ะ

1. ชนิดของอาหารที่รับประทาน

“Not all calories create metabolic respond equally” ในหนังสือ Always Hungry Prof.David อ้างอิงถึงการศึกษาทางคลินิก เปรียบเทียบการรับประทานคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการปริมาณสูง ไขมันต่ำ ตาม Dietary Guideline ของสหรัฐอเมริกาปี 1992 ส่งผลต่อการตอบสนองของฮอร์โมนตามการศึกษาที่พี่วางลิงค์อ้างอิง

Ludwig DS. The glycemic index: physiological mechanisms relating to obesity, diabetes, and cardiovascular disease. JAMA 2002;287( 18): 2414-2423; Ludwig DS. Dietary glycemic index and obesity. The Journal of Nutrition 2000;130( 2S Suppl): 280S-283S; Ludwig DS. Clinical update: the low-glycaemic-index diet. Lancet 2007;369( 9565): 890-892.

Always Hungry เพราะว่า ระดับกลูโคส ระดับอินซูลิน ระดับแอดรีนาลิน ในเลือด และระดับความหิว ของอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการสูงนั้น สูงกว่าอาหารที่ปราศจากคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ (ดูรูปที่ 1 ประกอบ) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

รูปที่ 1 : ระดับกลูโคส อินซูลิน แอดดรีนาลิน และความหิว ที่สูงกว่า ในมื้ออาหารที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ เมื่อเปรียบเทียบกับ มื้ออาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ
รูปที่ 1 : ระดับกลูโคส อินซูลิน แอดดรีนาลิน และความหิว ที่สูงกว่า ในมื้ออาหารที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ เมื่อเปรียบเทียบกับ มื้ออาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ

 

กลูโคสในเลือดที่ขึ้นสูงกว่าปรกติในเวลาอันรวดเร็วจากคาร์โบไฮเดรตผ่านขบวนการ จะถูกอินซูลินรีบพาออกไปจากกระแสเลือด แต่เพราะมันมีมากเกิน อินซูลินมันจึงเอารีบเอาน้ำตาลที่มากเกินไปเก็บเป็นไขมันไว้ที่ตับและเนื้อเยื่อไขมัน และล็อคไว้ไม่ให้นำออกมาใช้ ตราบใดที่ระดับอินซูลินในเลือดยังสูงอยู่

Prof.David ใช้ประโยคว่า มีสารอาหารเกินพอ แต่ดันไปอยู่ผิดที่(เก็บล็อคไว้ในเนื้อเยื่อไขมัน) หลังจากอินซูลินพากลูโคสไปเก็บล็อคเป็นไขมันไว้ในเนื้อเยื่อไขมันแล้ว ระดับกลูโคสในเลือด ก็ตกลงอย่างรวดเร็ว จนต่ำกว่าระดับกลูโคสพื้นฐาน ทีนี้ละ พอเซลล์ต่างๆต้องการกลูโคสขึ้นมา มันจึงมีไม่พอ เพราะถูกเก็บล็อคในรูปไขมันไว้ในเนื่อเยื่อไขมันและตับ เอามาใช้ไม่ได้

สมองรับรู้ว่าเกิดภาวะวิกฤติบางอย่าง มันจะกังวลมากที่สุดถ้ามีสัญญาณว่า สมองอาจจะไม่ได้รับวัตถุดิบเพื่อสร้างเป็นพลังงาน มันจึงกระตุ้นความหิวอย่างรุนแรง เพื่อให้ได้มาซึ่งกลูโคสเพื่อเป็นสารอาหารให้สมอง แน่นอน มันจึงทำให้เราโหยหาแป้งผ่านขบวนการและน้ำตาล เพราะทำให้สมองสบายใจว่าจะได้กลูโคสอย่างรวดเร็ว แล้วขบวนการนี้มันก็จะเกิดวนเป็นวงจรอุบาทว์ โหย หิว กิน โหย หิว กิน

2. จำกัดปริมาณสารอาหารที่รับประทานต่อวัน

จากทฤษฎี แคลอรี่ที่ทานเข้า – แคลอรี่ที่ใช้ไป = น้ำหนักที่ลดลง ร่วมกับการเพิ่มการออกกำลังกาย หนังสือเล่มนี้ อ้างอิงถึงการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับที่ได้ผลลัพธ์ล้มเหลวในการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ และผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้แล้วเกิดอาการ หิวตลอดเวลา ถูกกล่าวหาว่า ไม่มีความอดทน มุ่งมั่นมากพอ

1. What causes obesity? JAMA 1924;83( 13): 1003. 2. Stunkard A, Mc L-HM. The results of treatment for obesity: a review of the literature and report of a series. Archives of Internal Medicine 1959;103( 1): 79-85. 3. Methods for voluntary weight loss and control. NIH Technology Assessment Conference Panel. Consensus Development Conference, 30 March to 1 April 1992. Annals of Internal Medicine 1993;119( 7 Pt 2): 764-770.

Always Hungry เพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่นเดียวกันกับปัจจัยแรก สมองไวมากต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง ที่จะทำให้สมองขาดกลูโคส มันก็จะส่งสัญญาณให้กระเพาะอาหารสร้างฮอร์โมนหิวเกรลินทันที เพื่อกระตุ้นให้เราหยิบอาหารเข้าปาก เพื่อเติมสารอาหารให้ร่างกายให้พอ ในบางรายถึงกับฝันถึงอาหารเลยทีเดียว

3. ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น

– การนอนหลับลึกไม่เพียงพอ
– มีเรื่องตึงเครียดทางอารมณ์

Always Hungry เพราะจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล และแอดรีนาลีน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกายพบกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยส่งสัญญาณให้ตับสร้างกลูโคสออกมาเตรียมในกระแสเลือด อินซูลินออกมาทันที เพื่อพากลูโคสไปให้เซลล์ใช้งาน แต่แทนที่จะออกมาชั่วคราว ความเครียดกลับเรื้อรัง อินซูลินก็เลยออกมาตลอดเวลา เกิดการสะสมพลังงานในรูปไขมันเก็บล็อคไว้ในเนื้อเยื่อไขมัน พอเซลล์จะใช้งาน เนื้อเยื่อไขมันก็ไม่สลายไขมันออกมาเป็นน้ำตาลให้เซลล์ได้ใช้งาน ร่างกายก็จะกระตุ้นฮอร์โมนหิว ให้เราทานสารอาหารที่ให้พลังงานได้เร็วที่สุด ก็หนีไม่พ้น หิวแป้งและน้ำตาล วนเวียนไป

เมื่อทราบถึงปัจจัยที่ทำให้ Always Hungry แล้ว พรุ่งนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีจัดการกับความหิว ใน Always Hungry (ตอนที่ 3) กันนะคะ คืนนี้ พี่สลบก่อน