Cholesterol Myth ผลตรวจระดับไขมันในเลือด


Cholesterol Myth : เราเข้าใจผลตรวจระดับไขมันในเลือดกันอย่างไร (โพสต์นี้ยาวแต่สำคัญมากค่ะ) และเพราะอะไร Low Carb High (Healthy) Fat Diet จึงช่วยปรับปรุงไขมันดีในเลือด

พี่ปุ๋มเชื่อว่า ทุกครั้งที่ผลตรวจร่างกายประจำปีออกมา สายตาเราจะกวาดไปที่ผลของระดับไขมันในเลือดเป็นอันดับแรกๆ และถ้าระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL-Cholesterol เกินค่ามาตรฐาน เราก็จะวิตกกังวล ได้รับการแนะนำให้ลดการรับประทานไขมัน คอเลสเตอรอล Low fat diet นั่นเอง คุ้นๆไหมคะ เรามาดูค่ามาตรฐานที่ยึดถือกัน

คอเลสเตอรอลรวม < 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ไตรกลีเซอไรด์ < 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
HDL > 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
LDL < 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

 

แต่พวกเราทราบไหมคะว่า ทฤษฎีเรื่องไขมันเป็นผู้ร้าย ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว (จริงๆมากกว่านั้น) ได้รับการท้าทายจากนักวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่พี่ปุ๋มติดตามฟังเลคเชอร์เขาอย่างใจจดจ่อคือ Prof.Dr.Ken Sikaris เขาเป็นนักพยาธิวิทยา ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องไขมัน ทำงานวิจัยเรื่อง Fat Metabolism มายาวนานกว่า 30 ปี ส่งเสริมการรับประทานอาหารคาร์บต่ำ ไขมันสูง แก่ผู้คนรวมตัวเขาเองด้วย พี่สรุปเลคเชอร์หนึ่งของเขาซึ่งดีมากให้ฟังดังนี้ (ดูภาพประกอบ)

 

ความเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสร้างสมดุลไขมันในเลือด มีความก้าวหน้าและกระจ่างมากขึ้น การแปลผลค่าต่างๆเกี่ยวกับระดับไขมันในเลือด เปลี่ยนไปมากตลอดระยะเวลา 30 ปี

– จากทฤษฎีคอเลสเตอรอลสูงอันตราย
ไตรกลีเซอไรด์ไม่สำคัญ เมื่อ 30 ปี
แล้ว มาเป็น

– LDL เลว HDL ดี เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา
จากนั้น

– 10 ปีที่แล้ว ก็เป็น LDL เฉพาะตัวที่ถูก
ดัดแปลงเท่านั้นที่อันตรายกับหลอด
เลือด เช่น LDL ที่ถูกออกซิไดส์ หรือ
LDL ที่ถูกดัดแปลงให้มีขนาดเล็ก
ความหนาแน่นต่ำ (Small Density
LDL)

– จนปัจจุบันนี้ มีข้อมูลที่ชัดเจนมากบ่งชี้
ว่า ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
ที่สูง คือตัวการจริง ที่ส่งผลเพิ่ม
LDL ที่ถูกดัดแปลงให้มีขนาดเล็ก
ความหนาแน่นต่ำ (Small Density
LDL) ลดปริมาณ HDL จนส่งผล
อันตรายต่อสุขภาพหลอดเลือด

ไขมันที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหาร ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับระดับไขมันในเลือดเลย (ยกเว้นในคนที่มีพันธุกรรมบางอย่าง ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยมาก) เพราะ 80% ของคอเลสเตอรอลที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน สร้างจากตับ

ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินมาตรฐาน ร่วมกับปฏิกิริยาการอักเสบที่หลอดเลือด ถูกศึกษามากขึ้นว่า อาจเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการเสียสมดุลของร่างกาย(ตับ)ในการบริหารจัดการสร้างชนิดของไขมันต่างๆ การลำเลียงไขมันในเลือดไปให้เซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย เป็นสาเหตุที่ทำให้ HDL ต่ำ LDLชนิดที่ถูกดัดแปลงให้มีขนาดเล็กความหนาแน่นต่ำมีปริมาณเพิ่มขึ้น (LDL ขนาดปรกติ ไม่ได้มีโทษอะไร เพราะมีหน้าที่สำคัญมากในการลำเลียงคอเลสเตอรอลที่สร้างจากตับไปให้เซลล์)

การรับประทานอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลสูง ร่วมกับอิทธิพลของภาวะดื้อต่ออินซูลิน คือสาเหตุหลักในการเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

LDL-Cholesterol

เฉพาะตัวที่ถูกดัดแปลงให้มีขนาดเล็ก ความหนาแน่นต่ำ เรียกว่า Small Density LDL(SD-LDL) เท่านั้น ที่อันตราย เพราะสามารถแทรกเข้าไปอยู่ในชั้นหลอดเลือด สะสมจนเกิดสิ่งที่พวกเรากลัวไขมันกันมากคือ อุดตันหลอดเลือด

LDL ที่ถูกดัดแปลงนี้ (SD-LD)

จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจนก่ออันตรายกับหลอดเลือดได้ ก็จากการมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารกลุ่มแป้ง(โดยเฉพาะแป้งผ่านขบวนการ)และน้ำตาลสูง ไม่ใช่จากการรับประทานไขมันสูงอย่างที่เราเชื่อกัน

ดังนั้น

ผลการตรวจเลือดครั้งต่อไป เราควรสนใจระดับไตรกลีเซอไรด์ (ยิ่งต่ำยิ่งดี) และ HDL (ยิ่งสูงยิ่งดี) ในปัจจุบัน พี่ปุ๋มไม่แน่ใจว่าโรงพยาบาลสามารถตรวจ SD-LDL ได้หรือไม่ แต่ Prof.Ken บอกว่า ดูอัตราส่วนไตรกลีเซอไรด์ต่อ HDL ถ้าใกล้ 1 (TG/HDL Ratio) ก็ใช้บ่งชี้ได้ว่า SD-LDL ต่ำมากจนไม่เป็นอันตรายหลอดเลือด

Prof. Ken สรุปว่าไม่มียาวิเศษใดที่จะเพิ่ม HDL (ดีต่อสุขภาพ) และลด SD-LDL(เลวต่อสุขภาพหลอดเลือด) ได้เท่ากับ Low Carb High Fat Diet ค่ะ

 


Previous articleHormones Vs Calories
Next articleBullet Proof Coffee
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน