จำนวน LDL Particle กับความเกี่ยวข้องโรคหลอดเลือดหัวใจ : บริบทที่จำเป็นต้องพิจารณา (ตอนที่ 1)


Cholesterol Particle Counts and Heart Disease : Put into Context , Apo B, LDL-Particle

Ivor Cummins
Low Carb Universe Conference (Nov 15,2018)

 


เมื่อพี่เริ่มศึกษาโภชนาการคาร์บต่ำ Intermittent Fasting เมื่อ 1.5 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากอ่าน Obesity Code ของ Dr.Jason Fung ก็นำพาพี่ไปรู้จักกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “Citizen Scientists” ซึ่งตอนนี้พี่ติดตามอยู่ประมาณ 30 คนได้ ผู้ซึ่งเป็นคนธรรมดา ที่ไม่ได้เรียนจบหรือประกอบวิชาชีพอยู่ในวงการแพทย์เลย แต่ประสบกับปัญหาสุขภาพ ที่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และให้เขาต้องยอมรับชะตากรรม

แต่คนเหล่านี้ไม่ยอมจำนน เขาเริ่มต้นศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก เพื่อหาคำตอบให้กับปัญหาสุขภาพที่เขาเจอ จน เขากลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีข้อมูลลึกมากเสียจนผู้เชี่ยวชาญตัวจริงต้องฟังการนำเสนอของเขา (คนเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้พี่ต้องการจะเป็น Citizen Scientist แบบเขา และพี่เชื่อว่าน้องๆทุกคนก็เป็นได้เช่นกัน)

Ivor Cummins เป็น Citizen Scientist คนหนึ่งที่พี่ชื่นชมเขามาก สำหรับข้อมูลเรื่องคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะ LDL-Cholesterol กับความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ พื้นฐานการจบวิศวกรรมของเขา ทำให้เขามองทุกอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงให้เห็นเหตุ และผล รากของปัญหา เขาเป็นหนึ่งในหลายคนที่ทำให้พี่เข้าใจไขมัน คอเลสเตอรอล และระบบการขนส่งไขมันผ่านเรือ LDLในร่างกายได้ดีมากๆ

เล็คเชอร์ของเขาครั้งนี้ ทำให้พี่เลือกว่าโพสต์นี้เป็นโพสต์ที่ดีและสำคัญที่สุดในปีแรกของการค้นคว้าข้อมูลมาเขียนโพสต์ให้พวกเราอ่านกันเลยทีเดียว เพราะอะไร

พี่เคยถามตัวเองตอนที่เขียนโพสต์มาสักระยะว่าถ้าจะต้องบอกน้องๆว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราสุขภาพดีห่างไกลจากโรคเรื้อรัง มีอะไรบ้าง ในตอนนั้นพี่ไม่แน่ใจเลยว่าจะตอบครอบคลุมได้หมด แต่เมื่อฟังเล็กเชอร์นี้จนจบแล้วพี่ก็มั่นใจและสามารถสรุปให้พวกเราฟังได้แล้วว่า


กุญแจที่จะทำให้เราสุขภาพดีห่างไกลจากโรคเรื้อรังคือ (รูปที่ 1)

รูปที่ 1 : กุญแจไขความมีสุขภาพดี
รูปที่ 1 : กุญแจไขความมีสุขภาพดี

1 การรักษาให้ระดับอินซูลินในเลือดต่ำมาก
(Very low insulin level)

2 การรักษาระดับกลูโคลสในเลือดให้ต่ำมาก
(Very low blood glucose level)

3 ไม่มีความผิดปกติทางสรีระวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับเบาหวาน
(No Diabetic Physiology)

4 ไม่มีกลุ่มอาการทางเมตาบอลิสม (No metabolic syndromes) อย่างน้อย 3 ใน 5 ของภาวะทางการแพทย์ต่อไปนี้

– อ้วนกลางลำตัว (Central Obesity)
– ความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure)
– ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (High Blood Sugar)
– ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (High Serum Triglyceride)
– ระดับ HDL-Cholesterol ในเลือดต่ำ (Low Serum HDL-C)
(เครื่องหมายถูก คืออดีตของพี่ ปัจจุบัน พี่ยังสู้อยู่กับการทำให้ความดันโลหิตตัวบนของพี่ – Systolic BP ลงมาให้ต่ำกว่านี้ ส่วนความดันโลหิตตัวล่าง – Diastolic BP พี่ดีมาก)

5 อัตราส่วนโอเมก้า 3 ต่อโอเมก้า 6 ดีมาก (ถ้า 1 : 1 ได้ สุดยอด)

และหนึ่งในวิธีการที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้เราบรรลุกุญแจสุขภาพ 5 ดอกก็คือ การเปลี่ยนวิถีในการบริโภคมาเป็นโภชนาการคาร์บต่ำ ไขมันดีสูง

 

เล็คเชอร์นี้ของเขาดีเลิศประเสริฐศรีตรงไหน

› เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พี่ได้ฟังเล็กเชอร์ที่สามารถถอดรหัส ขบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน (Atherosclerosis Process)ออกมาได้เป็นสี่ระยะ ชัดเจน มีงานวิจัยรองรับแน่นหนามาก + 1 ระยะ ที่เขาบอกว่าต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม (พี่เห็นรูปภาพโต๊ะทำงานของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยกองเอกสารรายงานวิจัย 200 กว่าฉบับ ที่เขาศึกษาตลอดระยะเวลาหกเดือนเพื่อเล็คเชอร์ครั้งนี้ แล้วก็บูชาเขาเลย) เขาเริ่มต้นอย่างนี้ค่ะ

 

ถอดรหัสขบวนการก่อกำเนิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน (Atherosclerosis Decode)

› ในทฤษฎี LDL-Cholesterol เดิม เมื่อไหร่ที่ LDL-Particle แทรกเข้าไปใต้ชั้นหลอดเลือดได้….บู้ม ภาวะหลอดเลือดอุดตันเกิดขึ้นแล้ว นั่นคือเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า LDL-Particle ที่มีจำนวนมาก เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นใครที่มี LDL สูง(โดยที่ไม่สนใจว่าคือปริมาณคอเลสเตอรอลในเรือ LDL หรือ จำนวนเรือ) จำเป็นต้องได้ยาลด LDL

› ซึ่งการศึกษาที่เขานำมาอ้างอิง (รูปที่ 2) เป็นกราฟ 3 มิติ
– แกน x คือ Apo B (LDL-Particle) Tertile
(จำนวน LDL-Particle ต่ำ ปานกลาง หรือสูง)
– แกน y คือ ความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย (Harzard Risk)
– แกน z คือ อัตราส่วน TC/HDL-C
(ต่ำ ปานกลาง สูง)
(TC = Total Cholesterol)

รูปที่ 2 : จำนวน LDL-Particle ที่สูง (ดูแกน x ตรงคำว่า High) ร่วมกับ อัตราส่วน TC/HDL ที่สูง (ดูแกน z ตรงคำว่า Middle กับ High ที่วงกลมสีแดง) เท่านั้น จึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคอย่างพุ่งกระฉูดเลย
รูปที่ 2 : จำนวน LDL-Particle ที่สูง (ดูแกน x ตรงคำว่า High) ร่วมกับ อัตราส่วน TC/HDL ที่สูง (ดูแกน z ตรงคำว่า Middle กับ High ที่วงกลมสีแดง) เท่านั้น จึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคอย่างพุ่งกระฉูดเลย

› พบว่า ในคนที่มีจำนวน Apo B (LDL-Particle) ต่ำ ถึงแม้อัตราส่วน TC/HDL-C จะสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายกลับไม่เพิ่มมากนัก จากรูปที่ 3 เราจะเห็นว่าความเสี่ยงเพิ่มจาก 1.0 —> 0.9 —> 1.3

› ในขณะที่ถ้าจำนวน Apo B (LDL-Particle) สูง และอัตราส่วน TC/HDL-C สูงด้วย ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายพุ่งกระฉูดจาก 0.5 —> 2.3 —> 3.4 เลยทีเดียว

› และถึงแม้จำนวน Apo B (LDL-Particle) สูง แต่ถ้าอัตราส่วน TC/HDL-C ต่ำ กลับกลายเป็นว่าความเสี่ยงต่อโรคร้ายลดลง จาก 1.0 —> 1.2 —> 0.5

› ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เฉพาะจำนวน LDL-Particle ที่สูงขึ้นหรือปริมาณคอเลสเตอรอลในเรือ LDL-Particle ที่สูงขึ้นเท่านั้นเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ นำไปสู่

› สิ่งที่ Ivor ใช้เวลาค้น ศึกษารายงานวิจัย 200 กว่าฉบับ ทำให้เขาสรุปว่า No…มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มันมีบริบทเกี่ยวข้องที่เขาสามารถอธิบายกระบวนการเกิด Atherosclerosis ได้ทั้งหมดสี่ชั้น +1 ชั้น(แถม) ซึ่งมีรายละเอียดต่อไปนี้ (รูปที่ 3)

รูปที่ 3 : ขบวนการกำเนิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน 4 ชั้น + ชั้นที่ 0 (ดูรายละเอียดของชั้นในโพสต์)
รูปที่ 3 : ขบวนการกำเนิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน 4 ชั้น + ชั้นที่ 0 (ดูรายละเอียดของชั้นในโพสต์)

ชั้นที่ 1 : The Glycocalyx Layer
ชั้นที่ 2 : The Endothelial Layer
ชั้นที่ 3 : The Proteoglycan Layer
ชั้นที่ 4 : The HDL-Cholesterol Efflux Layer
ชั้นที่ 0 : The Oxidized LDL เขาบอกว่า ชั้นนี้ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มว่า เราควรสนใจเฉพาะ oxidized LDL-P ที่เกิดขึ้นใต้ชั้น Endothelial Cell เท่านั้น หรือควรสนใจ LDL-P ปกติที่ถูก oxidized ในกระแสเลือดด้วย

 

› Ivor บอกว่า เราต้องเฝ้าดู 4 + 1 ระยะทั้งหมด นอกเหนือไปจากแค่สนใจจำนวน LDL-Particle อย่างเดียว และต้องตอบคำถามให้ได้ว่า อะไรเป็นปัจจัยที่กำหนดให้ LDL-Particle สามารถรั่วผ่านชั้นที่ 1 —> 2 —> 3 —> 4 ได้

› คืนนี้พี่จะสรุปชั้นที่ 1 ให้พวกเราได้อ่านกันก่อนนะคะ (แค่อ่านและพิมพ์ไปด้วยพี่เริ่มตาลาย 555)

 

ชั้นที่ 1 : The Glycocalyx Layer (รูปที่ 4)

รูปที่ 4 : ชั้นที่ 1 The Glycocalyx Layer เซลล์ขนที่พุ่งออกมาจากด้านในของผนังหลอดเลือด ทำหน้าที่เป็นตัวจับ LDL-Particle ไม่ให้สัมผัสกับ endothelial cell มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า ความผิดปรกติในการทำหน้าที่ของชั้นนี้ เป็นขั้นแรกของขบวนการกำเนิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน
รูปที่ 4 : ชั้นที่ 1 The Glycocalyx Layer เซลล์ขนที่พุ่งออกมาจากด้านในของผนังหลอดเลือด ทำหน้าที่เป็นตัวจับ LDL-Particle ไม่ให้สัมผัสกับ endothelial cell มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า ความผิดปรกติในการทำหน้าที่ของชั้นนี้ เป็นขั้นแรกของขบวนการกำเนิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน

› ชั้นนี้มีลักษณะคล้ายขนที่งอกออกมาจากด้านในของผนังหลอดเลือด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ Glycocalyx layer เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ประกอบด้วยน้ำตาลกับเอนไซม์(โปรตีน)

› หน้าที่ของมันทำตัวคล้ายๆเป็นตาข่ายดักจับ LDL-Particle ที่จะมาติดกับผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นกลไกป้องกันผนังหลอดเลือดตามธรรมชาติ

› มีรายงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า ความผิดปรกติในการทำหน้าที่ของชั้น Glycocalyx เป็นก้าวแรกของกระบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ไม่ใช่การที่ LDL-Particle รั่วผ่านผนัง endothelial Cell เข้ามาด้านในหลอดเลือดได้ ดังนั้น รักษาชั้น Glycocalyx ไว้ให้ดีที่สุด
Ref : QJ Med 2008 ; 101 : 513-518

› มีรายงานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงต่อชั้น Glycocalyx นี้ พบว่าการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง จะทำลายชั้น Glycocalyx นี้ได้ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2 ไปจนถึงชั่วโมงที่ 6 และต้องใช้เวลา 8 ถึง 12 ชั่วโมง Glycocalyx จึงจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปรกติ (รูปที่ 5)

รูปที่ 5 : ผลกระทบของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ต่อความเสียหายของชั้นขน Glycocalyx และต้องใช้เวลา 8-12 ชั่วโมงกว่าจะฟื้นตัว
รูปที่ 5 : ผลกระทบของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ต่อความเสียหายของชั้นขน Glycocalyx และต้องใช้เวลา 8-12 ชั่วโมงกว่าจะฟื้นตัว

 

› ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำลายชั้น Glycocalyx เราจะได้รู้วิธีป้องกันล่วงหน้า

1. ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จากการทานอาหารที่เต็มไปด้วยแป้งผ่านขบวนการและน้ำตาล
2. ความดันโลหิตสูง
3. ภาวะออกซิเดชันระดับเซลล์ (จำได้ไหมคะ ที่พี่สรุปหนังสือ Fat For Fuel ว่า การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตในไมโตคอนเดรีย ก่อให้เกิด อนุมูลอิสระมากกว่าเผาผลาญไขมันถึง 30%)
4. Oxidized LDL
5. สูบบุหรี่
6. ความผิดปรกติทางพยาธิวิทยาของหลอดเลือด
7. ภาวะขาดเลือด และการไหลเวียนเลือดกลับ (Ischemia/Reperfusion)

ข้อ 1-4 จัดการได้ด้วย โภชนาการคาร์บต่ำ ไขมันดีสูง ข้อ 5 ตัวใครตัวมัน ข้อ 6 กรรมเก่า ข้อ 7 มีความเกี่ยวพันกับข้อ 1-5 ถ้าจัดการข้อ 1-5 ได้ ความเสี่ยงข้อ 7 ก็ลดลง

 


โพสตอนที่ 1 จบแค่ชั้นที่หนึ่ง The Glycocalyx Layer ก่อนนะคะ พรุ่งนี้มาต่อตอนจบ ชั้นที่ 2 ถึง 4 + 1 กันค่ะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน