จำนวน LDL Particle กับความเกี่ยวข้องโรคหลอดเลือดหัวใจ : บริบทที่จำเป็นต้องพิจารณา (ตอนจบ)


Cholesterol Particle Counts and Heart Disease : Put into Context , Apo B, LDL-Particle

Ivor Cummins
Low Carb Universe Conference (Nov 15,2018)

 

โพสต์ตอนที่ 1 พี่ปุ๋มได้เขียนสรุปกระบวนการเกิด Atherosclerosis ว่ามีทั้งหมด 4 ชั้น + 1 ชั้น(โบนัส) และได้เขียนสรุปชั้นที่ 1 : The Glycocalyx เสร็จเรียบร้อย โพสต์นี้พี่จะสรุปชั้นที่เหลือกันค่ะ (รูปที่ 1)

รูปที่ 1 : สรุป 4 ชั้น + 1 ชั้น (โบนัส) ของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน
รูปที่ 1 : สรุป 4 ชั้น + 1 ชั้น (โบนัส) ของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน

ชั้นที่ 1 : The Glycocalyx Layer
ชั้นที่ 2 : The Endothelial Layer
ชั้นที่ 3 : The Proteoglycan Layer
ชั้นที่ 4 : The HDL-Cholesterol Layer
ชั้นที่ 0 : The Oxidized LDL

 

ชั้นที่ 2 : The Endothelial Layer

กระบวนการที่จะพา LDL-Particle ผ่าน Endothelial Cell ซึ่งเป็นเซลล์ชั้นเดียวเรียงติดกันแน่น รอบผนังด้านในหลอดเลือด ด้านที่สัมผัสกับน้ำเลือดได้ มีอยู่ 2 ขบวนการ

1 ขบวนการ Trancytosis (การพา LDL-Particle ทะลุผ่าน Endothelial Cell) (รูปที่ 2)

รูปที่ 2 : ชั้นที่ 2 The Endothelium Layer ขบวนการขนส่ง LDL-Particle ทะลุผ่าน Endothelial Cell ด้วยขบวนการที่ชื่อ Transcytosis
รูปที่ 2 : ชั้นที่ 2 The Endothelium Layer ขบวนการขนส่ง LDL-Particle ทะลุผ่าน Endothelial Cell ด้วยขบวนการที่ชื่อ Transcytosis

› กระบวนการนี้นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้สนใจศึกษามากในตอนแรก เพราะทฤษฎีเดิมที่ LDL-Particle แทรกผ่านช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell ดูจะเป็นจริงมากกว่า

› แต่ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็พบขบวนการ Transcytosis นี้ว่าเกิดขึ้นจริงๆ โดยการใช้ Isotopes ทองคำ label ไปบน LDL-Particle เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของ LDL-Particle พบว่ามันมีตัวรับหลายชนิดมากที่ร่างกายออกแบบเป็นพิเศษในการพา LDL-Particle ทะลุผ่าน Endothelial Cell จากด้านหนึ่ง มาอีกด้านหนึ่ง

› ปัจจัยที่ส่งเสริมกระบวนการ Transcytosis ของ LDL-Particle คือ

– จำนวน LDL-Particle ยิ่งมีมาก ก็ส่งเสริมขบวนการนี้
– C-Reactive Protein
– Oxidized LDL
– Reactive Oxidation Species (อนุมูลอิสระ)
– TNF alpha (Tumor Necrosis Factor)
– Lipopolysaccharide Ingress (เกิดจากภาวะติดเชื้อที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน)

2 ขบวนการ Paracellular Transport

› นอกจาก LDL-Particle จะทะลุ Endothelial Cell ด้วย ขบวนการ Transcytosis ได้แล้ว ยังมีอีก 1 ขบวนการคือ Paracellular Transport

› Paracellular Transport คือขบวนการที่ LDL-Particle เคลื่อนที่ผ่านช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell ซึ่งปกติจะเรียงตัวชิดแน่นไม่มีช่องว่าง เข้าไปถึงชั้น Intima ที่อยู่ใต้ชั้น Endothelial Cell คำถามคือช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell เกิดขึ้นได้อย่างไร

› Endothelial Cell มีขบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่ตาย ด้วยขบวนการ Apoptosis (โปรแกรมกำหนดให้เซลล์ตาย) อยู่แล้ว ช่วงจังหวะรอยต่อนี้เอง ที่มีจะมีการหลั่ง Tumor Necrosis Factor ออกมา ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell และส่งเสริมการเคลื่อนที่ของ LDL-Particle ผ่านทางช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell เราเรียก กระบวนการนี้ว่า Paracellular Transport (รูปที่ 3)

รูปที่ 3 : ชั้นที่ 2 The Endothelium Layer ขบวนการขนส่ง LDL-Particle ผ่านช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell ด้วยขบวนการที่ชื่อ Paracellular Transport
รูปที่ 3 : ชั้นที่ 2 The Endothelium Layer ขบวนการขนส่ง LDL-Particle ผ่านช่องว่างระหว่าง Endothelial Cell ด้วยขบวนการที่ชื่อ Paracellular Transport

 ปัจจัยที่ส่งเสริม Paracellular Transportation คือ

– TNF Alpha
– Angiotensin II
– Interleukin 17

ชั้นที่ 3 : The Intima Proteoglycans

› Proteoglycans คือสารประกอบที่เกิดจากการรวมตัวของน้ำตาลกับกรดอะมิโน มีลักษณะคล้ายกิ่งไม้ ที่เมื่อ LDL-Particle ผ่านชั้น Endothelial Cell เข้าไปถึงชั้น Intima ได้แล้ว มันจะถูกกัก (Retention) เอาไว้ ด้วยโครงสร้าง Proteoglycans ที่คล้ายกิ่งไม้นี้ (รูปที่ 4)

รูปที่ 4 : ชั้นที่ 3 : The Intima Proteoglycans ตำแหน่งที่ลูกศรชี้คือ Proteoglycans ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายต้นไม้ ทำหน้าที่ในการกัก LDL-Particle เอาไว้
รูปที่ 4 : ชั้นที่ 3 : The Intima Proteoglycans ตำแหน่งที่ลูกศรชี้คือ Proteoglycans ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายต้นไม้ ทำหน้าที่ในการกัก LDL-Particle เอาไว้

› ร่างกายมีกลไกปรกติในการผลัก LDL-Particle ที่เข้ามามากเกินให้ออกไปอยู่แล้ว ขบวนการกัก LDL-Particle ให้อยู่นานขึ้น เพิ่มโอกาสในการฟอร์มตัวกับ Macrophage เป็น foam cell เพื่อพัฒนาเป็น Atheroma อุดตันหลอดเลือดได้มากขึ้น คำถามคือปัจจัยอะไรที่ทำให้ LDL-Particle เพิ่มกิจกรรมในการจับกับ Proteoglycans คำตอบคือ

– สารเคมีที่อยู่ในเลือดของคนไข้ที่มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
– สารเคมีที่อยู่ในเลือดของคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
– สารเคมีที่อยู่ในเลือดของคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่สอง
– Small densed/Oxidized LDL
– สารเคมีจากเลือดของคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่หนึ่ง

 

ชั้นที่ 4 : HDL-Efflux Issues

› ในขบวนการทำงานปรกติของการขนส่งไขมันให้เซลล์ที่หลอดเลือด HDL-Cholesterol จะถูกขนส่งเข้าไปในใต้ชั้น Endothelial Cell จนไปถึงชั้น Intima ผ่านตัวพาที่ชื่อ abc transporter เพื่อรอทำหน้าที่ของมัน

› หน้าที่ของ HDL-Cholesterol คือเข้าไปเก็บ LDL-Particle ที่เกาะติดอยู่บน Proteoglycans หรือ Oxidized LDL-Particle ที่เริ่มฟอร์มตัวกับ Macrophage (เซลล์เม็ดเลือดขาว) ที่ถูกเรียกให้มาที่จุดเกิดเหตุที่มีภาวะอักเสบ เพื่อเขมือบ Oxidized LDL ทำให้มันกลายเป็น Foam Cell เพื่อเตรียมแปะแผลที่เกิดจากการอักเสบที่หลอดเลือดตามหน้าที่ของมัน

› ถ้าไม่มี Oxidized LDL ที่มากเกินไป และมีจำนวน HDL ที่มีประสิทธิภาพ และจำนวนเพียงพอในการจัดการพาเอา LDL ออกไปได้ ขบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันก็ไม่เกิด จบปัญหา (รูปที่ 5)

 รูปที่ 5 : ชั้นที่ 4 The HDL Efflux Issues ปริมาณ HDL ที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพจะดึงเอาที่ติดอยู่กับให้กลับออกไปสู่กระแสเลือดและนำกลับไปที่ตับ
รูปที่ 5 : ชั้นที่ 4 The HDL Efflux Issues ปริมาณ HDL ที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพจะดึงเอาที่ติดอยู่กับให้กลับออกไปสู่กระแสเลือดและนำกลับไปที่ตับ

› มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ดีมากแสดงถึงความสามารถของ HDL ในการขน LDL ออกมาจากผนังด้านในหลอดเลือด กลับสู่กระแสเลือดเพื่อนำส่งกลับไปตับว่า มีความเกี่ยวข้องและเป็นต้นเหตุของการป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน

 

ชั้นที่ 0 (โบนัส) : The Oxidized LDL

› ในทฤษฎีเก่าของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันเชื่อว่า LDL-Particle จะถูก Oxidized หลังจากที่ถูกขนส่งเข้าไปอยู่ใต้ชั้น Endothelial Cell แล้ว โดยมีตัวรับชื่อ Lox-1 receptor เกี่ยวข้องในกระบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันทุกขั้นตอน

› แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งเสนอความเป็นไปได้ใหม่ว่า LDL-Particle ที่ปกติ แล้วถูก Oxidized ตั้งแต่อยู่ในกระแสเลือด มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันได้เช่นกัน ซึ่ง Ivor บอกว่า ต้องการการศึกษาสนับสนุนเพิ่ม (รูปที่ 6)

รูปที่ 6 : The Oxidized LDL in Plasma เราควรสนใจเฉพาะ LDL-Particle ที่แทรกลงไปในชั้น Intima ของหลอดเลือด แล้วจึงถูก Oxidized โดยมี Lox-1 receptor ร่วมในขบวนการเกิด ภาวะหลอดเลือดอุดตันทุกขั้นตอน หรือเราควรจะสนใจ LDL-Particle ปรกติที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดแล้วจึงถูก Oxidized ตั้งแต่อยู่ในกระแสเลือดด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องที่ต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม
รูปที่ 6 : The Oxidized LDL in Plasma เราควรสนใจเฉพาะ LDL-Particle ที่แทรกลงไปในชั้น Intima ของหลอดเลือด แล้วจึงถูก Oxidized โดยมี Lox-1 receptor ร่วมในขบวนการเกิด ภาวะหลอดเลือดอุดตันทุกขั้นตอน หรือเราควรจะสนใจ LDL-Particle ปรกติที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดแล้วจึงถูก Oxidized ตั้งแต่อยู่ในกระแสเลือดด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องที่ต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม

 


เป็นอันว่าพี่สรุปเล็คเชอร์นี้ครบถ้วนแล้วนะคะ สาระสำคัญคือ ถ้าไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน จะต้องทำอย่างไร

กุญแจ 5 ดอก ที่จะทำให้เราสุขภาพดี ห่างไกลจากภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งจะนำไปสู่โรคเรื้อรังที่ร้ายแรง เช่นหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดสมองอุดตัน มีดังนี้

1 การรักษาให้ระดับอินซูลินในเลือดต่ำมาก
(Very low insulin level)

2 การรักษาระดับกลูโคสในเลือดให้ต่ำมาก
(Very low blood glucose level)

3ไม่มีความผิดปกติทางสรีระวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับเบาหวาน
(No Diabetic Physiology

4ไม่มีกลุ่มอาการทางเมตาบอลิสม
(No metabolic syndromes)
อย่างน้อย 3 ใน 5 ของภาวะทางการแพทย์ต่อไปนี้

– อ้วนกลางลำตัว (Central Obesity)
– ความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure)
– ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (High Blood Sugar)
– ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (High Serum Triglyceride)
– ระดับ HDL-Cholesterol ในเลือดต่ำ (Low Serum HDL-C)

5 อัตราส่วนโอเมก้า 3 ต่อโอเมก้า 6 ดีมาก (ถ้า 1 : 1 ได้ สุดยอด)

 

 


และหนึ่งในวิธีการที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้เราบรรลุกุญแจสุขภาพ 5 ดอกก็คือ การเปลี่ยนวิถีในการบริโภคมาเป็นโภชนาการคาร์บต่ำ ไขมันดีสูง

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน


 


Previous articleMy Fatout Planner
Next articleผักย่าง
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน