ดีเบต


ตั้งแต่รู้ว่า Joe Rogan จะนำ 2 เทพมาดีเบตกัน พี่ก็เฝ้ารอคอยมานานเป็นเดือน สำหรับการดีเบตระหว่าง

Dr.Stephan J. Guyenet

จบตรี Biochemistry โท เอก Neuroscience เชี่ยวชาญเรื่อง Neurodegenerative และ สมองกับการควบคุมความต้องการและใช้พลังงานของร่างกาย ผลงานวิจัยของเขาได้รับการอ้างอิงในงานวิจัยอื่น (Cited) ถึง 1,400 ครั้ง (สำหรับคนหนุ่มอายุ 30 กลางๆอย่างเขา ถือว่าเจ๋งมาก) เขาเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า excess calorie และการสั่งงานของสมองเท่านั้น ทำให้ทุกคนอ้วน ไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นสารอาหารประเภทใด ไม่เกี่ยวกับฮอร์โมนใดๆโดยตรง เขามองร่างกายเฉพาะส่วนคือสมองเป็นศูนย์กลางของความอ้วน สาย CICO อย่างแท้ทรู เจ้าของหนังสือดี The Hungry Brain (เข้าคิวรออ่านอยู่นะคะ) กับ

Gary Taubes

จบตรีฟิสิกส์ โท Journalist แต่เป็น Citizen Sciencetist ที่ค้นข้อมูลงานวิจัยย้อนหลังไป 100 ปี เป็นสายตั้งคำถาม (Investigate Journalist) มองทุกอย่างเป็นองค์รวม เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบาดวิทยาของโรคอ้วน มาจากการบริโภคอาหารผ่านขบวนการ การตัดต่อพันธุกรรมข้าวสาลีจนไม่เหลือเค้าเดิม อาหารสมัยใหม่ที่ทำจากแป้งผ่านขบวนการ น้ำตาล เขาเป็นสายที่เชื่อว่า ความต้องการพลังงานของร่างกายถูกควบคุมด้วยฮอร์โมน 30 กว่าชนิด แล้วสมองจึง response (ในขณะที่ Stephan บอกว่า สมองต่างหากเป็นตัวสั่งให้ hormone response อย่างไร) Gary เป็นสาย Insulin Obesity Model เป็นเจ้าของหนังสือติดอันดับ New York Time Best Seller หลายเล่ม ตั้งแต่ Why we get fat, Good Calorie, Bad Calorie, The Case Against Sugar

 


ความยาวการดีเบตประมาณ 2.5 ชั่วโมง

มีคนเข้าไปดู 7 แสนกว่าคน ภายในแค่ไม่ถึง 3 วัน คอมเมนท์ราวๆ 7,800 คอมเมนท์ ดุเดือดเลือดพล่าน 90% ของคอมเมนท์บอกว่า เป็นดีเบตที่ผิดหวังที่สุดของรายการ Joe Rogan Experience เพราะไม่ได้อะไรเลย Stephan ถูกด่าแหลกรานว่า เหมือนเด็กเก็บกด ที่มาทวงความแค้นคืนอย่างเดียว ไม่ได้คิดที่จะให้ความรู้แก่ผู้ฟังเลย มารยาทแย่มาก ไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย ไม่ฟัง พูดแทรก ข่มอีกฝ่ายตลอดเวลา ฯลฯ

พี่นั่งฟังอยู่ได้แค่ประมาณ 40 นาที

เริ่มจะอ้วก เพราะทนต่อความยะโสของ Stephan ไม่ไหว ขอลาไปสูดยาดมก่อน สักพัก พี่ก็กลับมาฟังใหม่ เห็นประเด็นสำคัญ (เดี๋ยวว่างๆพี่มาสรุปให้ฟัง) พี่เอาเรื่องนี้มาใช้เป็นตัวอย่างสอนในคลาส Leadership ทันทีว่า ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน แต่ถ้าเราไม่สามารถมีการสื่อสารกับใครแบบ “เห็นต่างอย่างลงตัว” ได้ เราไม่มีวันได้รับการยอมรับจากผู้คน มนุษย์ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ (วาทะ Mr.Dale Carnegie)

จริงๆ Dr.Stephan เป็นคนเก่งมากๆๆ

พี่เองสั่ง The Hungry Brain มาอ่าน เพราะถึงแม้พี่จะมีความเชื่อโน้มเอียงมาทาง Insulin Obesity Model ก็ตาม แต่เราควรเปิดใจกว้าง รับข้อมูลให้หลากหลาย โดยเฉพาะจากเขาซึ่งเก่งมาก แต่ตัวเขาเองกลับมี Fixed Mindset เขามองเรื่องๆหนึ่งเป็น ขาว หรือ ดำ เท่านั้น ไม่ยอมรับความคิดเห็นอื่นที่แตกต่างไปจากที่ตัวเองเชื่อเลย


แปะลิงค์จาก Youtube ให้สายจิตแข็ง บุคคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่ติดตามเพจนี้ เผื่อจะได้ประโยชน์อันใดบ้างจากดีเบตนี้นะคะ



Previous articleมะเร็งกับน้ำตาล : ความเกี่ยวพันที่ไม่ควรมองข้าม
Next articleประโยชน์ต่อสุขภาพ 8 ประการที่ได้จากการอาบแสงแดด
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน