Insufficient Fat Metabolism ; A Possible Cause of Overweight


เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเพื่อนเรา กินขนมหวาน เค้ก พิซซ่าไม่อั้น แต่ก็ไม่อ้วน เหมือนไขมันมันระเหยได้ ในขณะที่เรา แค่เดินผ่านได้กลิ่นเค้ก พิซซ่า ก็อ้วนได้แล้ว ใครเป็นก๊วนเดียวกับพี่ปุ๋ม สารภาพมาซะดีๆ 

ทำไมคนสองคน ซึ่งมีวิถีดำเนินชีวิต วิถีการกิน ทึ่เหมือนกัน แต่พัฒนากลายเป็นโรคอ้วน และเบาหวานประเภทที่ 2 แตกต่างกัน

งานวิจัยล่าสุดที่พี่อ่านเจอนี้ เริ่มมีคำตอบให้ค่ะ (พี่ปุ๋มโพสต์วิชาการสลับเป็นระยะนะคะ อย่าเพิ่งเบื่อกัน)

Insufficient Fat Metabolism ; A Possible Cause of Overweight

ตีพิมพ์เมื่อ : May 31, 2018

วารสาร : Cell Metabolism

หัวหน้าทีมนักวิจัย : Prof.Mikael Ryden Professor of Clinical and Experimental Fat Tissue Researcher at Karolina Institute’s Department of Medicine in Huddinge

 

วิธีวิจัย

นักวิจัยทำการวิเคราะห์เนื้อเยื่อไขมัน ที่เก็บจากชั้นใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องผู้หญิง ก่อน และวิเคราะห์หลังการติดตามเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป จากการวิเคราะห์พบเบาะแสที่สามารถจะทำนายได้ว่า ผู้หญิงคนไหน จะพัฒนากลายเป็นโรคอ้วน หรือ เบาหวานประเภทที่ 2

 

สรุปงานวิจัยนะคะ

1. พบว่ามีความแตกต่างกันในด้านสรีรวิทยาการเผาผลาญไขมันในคนสองคน ที่มีวิถีการใช้ชีวิต วิถีการกินคล้ายกัน แต่กลับน้ำหนักเกินต่างกัน

2. นักวิจัยพบว่า สรีรวิทยาการสลายไขมัน (Physiological Lipolysis) ที่ผิดปรกติ คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ของโรคอ้วนและเบาหวานประเภทที่ 2
การสลายไขมัน คือขบวนการที่เซลล์ไขมันปลดปล่อยกรดไขมันออกจากเซลล์ เพื่อให้กล้ามเนื้อ ตับ หัวใจ นำไปใช้งาน

3. สรีรวิทยาของการสลายไขมันในคนปรกติ จะมี 2 ระบบ

3.1 Basal Lipolysis เป็นขบวนการสลายไขมันพื้นฐานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ตั้งแต่เกิดจนตาย ขบวนการนี้ก็ทำหน้าที่พื้นฐานของมัน เหมือนหัวใจเต้น

3.2 Hormone (Catecholamine) – Stimulated Lipolysis เป็นขบวนการปลดปล่อยกรดไขมัน โดยการกระตุ้นของฮอร์โมน เมื่อเกิดภาวะที่ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่ม

4. นักวิจัยพบว่า ในผู้หญิงที่มี Basal Lipolysis สูง แต่มี Hormone-Stimulated Lipolysis ต่ำ จะมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็นโรคอ้วน และเบาหวานประเภทที่ 2 ได้สูงขึ้น 3-6 เท่า หลังจากติดตามผู้หญิงเหล่านี้เป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป

5. นักวิจัยพบความผิดปรกติของยีนจำเพาะจำนวนหนึ่ง ที่ทำงานน้อยลงในขบวนการสลายไขมัน ส่งผลให้เซลล์เก็บสะสมไขมัน มากกว่าปลดปล่อยกรดไขมันออกไป ในยามที่ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่ม

งานวิจัยนี้เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นความเข้าใจการทำงานของเนื้อเยื่อไขมัน ที่ dynamic มาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามันเป็นเนื้อเยื่อเฉื่อยชา (Lazy tissue) และจะมีการขยายงานวิจัยออกไปในผู้ชาย และเก็บข้อมูลไว้ในระบบอัลกอรึธึ่ม เพื่อใช้ทำนายความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวานประเภทที่ 2 และหาวิธีรักษาความผิดปรกติของยีนจำเพาะนั้น

https://ki.se/…/inefficient-fat-metabolism-a-possible-cause…


Previous articleGreen tea ชาเขียว ประโยชน์ 3 in 1
Next articleวิถีการกินแบบ LCHF
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน