Metabolic Autophagy (ตอนที่ 2)


แหล่งข้อมูล : หนังสือ Metabolic Autophagy
เขียนโดย : Siim Land

 


เมื่อตอนที่ 1 พี่สรุปถึงสาระสำคัญในบทที่ 1 (The Code of Longevity) โดยเนื้อหาสำคัญอยู่ที่ เครื่องหมายที่แสดงถึงความแก่ชรา 9 ประการ (9 Hallmarks of Aging) เป็นบทนำ เพื่อเข้าไปสู่ตอนที่ 2 ซึ่งยังคงอยู่ในบทที่ 1 ของหนังสือเล่มนี้ แปะโพสต์ตอนที่ 1 ไว้ให้ทบทวนค่ะ

อ่าน Metabolic Autophagy ตอนที่ 1

 


สาระสำคัญในตอนที่ 2 นี้คือ

เส้นทางชีวเคมีของการมีอายุยืนยาว 
(Longevity Pathways in Humans)

 

› ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจเส้นทางชีวเคมีในร่างกายเพื่ออายุที่ยืนยาว เรามาทำความเข้าใจกับ ทฤษฎีความแก่ชรา 4 ทฤษฎี ซึ่งพี่ปุ๋มขออ้างอิงโพสต์จากหนังสือ Longevity Solution ซึ่งเขียนโดย Dr.James DiNicolantonio กับ Dr.Jason Fung ที่พี่เคยเขียนสรุปไว้ แปะโพสต์ให้อ่านทบทวนกันตรงนี้นะคะ

 

https://www.facebook.com/573063853038560/posts/892301241114818?s=1803474968&sfns=mo

› ทฤษฎีความแก่ชราทั้ง 4 ทฤษฎี เกี่ยวพันกับเส้นทางชีวเคมีของการมีอายุยืนยาวในร่างกายมนุษย์ แม้ว่าในเผ่าพันธุ์เดียวกัน สิ่งมีชีวิตก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในเรื่องอายุขัย และอัตราความแก่ชรา ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ความแก่ชราถูกควบคุมผ่านวิถีทางพันธุกรรม (Genetic Pathways) และกระบวนการทางชีววิทยาที่หลากหลาย 

 


หนังสือเล่มนี้สรุปวิถีทางพันธุกรรมที่สำคัญไว้ทั้งหมด 4 วิถีคือ

1 The Growth Hormone/Insulin and Insulin-like Growth Factor 1 (IGF-1) Pathway

วิถีนี้เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การแบ่งเซลล์ การเลือกสารอาหารเพื่อใช้สร้างพลังงาน (คาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน) และการเก็บสะสมพลังงาน

2 The FOXO/Sirtuin Pathway

วิถีนี้จัดการภาวะสมดุลเมตาบอลิสมร่างกาย ในช่วงเวลาที่ร่างกายเผชิญแรงกดดันและความเครียด วิถีนี้เกี่ยวข้องกับโปรตีนในกระบวนการถอดคำสั่ง (Protein and Transcription Factor)

3 Hormesis and General Stress Adaptation Pathway

วิถีนี้จัดการผ่านโปรตีนชื่อ FOXO และไมโตคอนเดรีย อันเกิดจากการให้ความเครียดแก่เซลล์ในปริมาณต่ำ เพื่อฝึกเซลล์ให้ทนต่อความเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น การไม่มีอาหาร ความร้อน ความหนาวเย็น การออกกำลังกาย

4 mTOR/AMPK Pathway

วิถีนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนที่สนใจกระบวนการ Autophagy เพราะมันควบคุมสมดุลเมตาบอลิสมระหว่าง Anabolism (สร้าง) กับ Catabolism (สลาย) นั่นคือร่างกายควรจะอยู่ในสภาวะสร้างเนื้อเยื่อใหม่ หรือ อยู่ในสภาวะที่กำจัดชิ้นส่วนที่เสียหายภายในเซลล์ (Autophagy) ดี

» พี่ปุ๋มจะสรุปใจความสำคัญเน้นที่วิถีที่ 1 กับ 4 เพราะเกี่ยวข้องกับโภชนาการ และการนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีการดำเนินชีวิตที่สุด


วิถีที่ 1 : The Growth Hormone and Insulin/IGF-1 Pathway

› วิถีความมีอายุยืนยาวนี้ นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูล และเข้าใจมันมากที่สุด

› อินซูลิน เป็นฮอร์โมนหลักในระบบเมตาบอลิสม เพื่อการสะสมพลังงาน เป็นฮอร์โมนที่ชี้นำร่างกายว่า ควรจะใช้สารอาหารใด (คาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน) ในการสร้างพลังงาน (ATP) ควรเก็บสะสมพลังงานเท่าไร ผ่านการเติมไกลโคเจนเข้าสู่ตับและกล้ามเนื้อ

› ส่วน Insulin-like Growth Factor-1 (IGF-1) เป็นโปรตีนที่สร้างจากตับโดยอาศัยการกระตุ้นของ Human Growth Hormone (HGH) ตัวรับ (receptor) ที่ IGF-1 ไปจับ มีลักษณะคล้ายกับตัวรับ (receptor) ของอินซูลิน ดังนั้น IGF-1 จึงมีคุณสมบัติคล้ายเป็นฝาแฝดของอินซูลิน

› ทั้งอินซูลิน และ IGF-1 จัดอยู่ในกลุ่ม Anabolic Hormones ซึ่งส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ บ่งบอกว่ามีอาหารอุดมสมบูรณ์ในสิ่งแวดล้อม (รูปที่ 1)

› ดังนั้น การลดเส้นทางชีวเคมีนี้ เพื่อลดกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน และ IGF-1 ด้วยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหาร และการหยุดกินอาหาร (Fasting) จึงพบว่าเพิ่มอายุขัยในสัตว์ทดลอง

› ธรรมชาติสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา เพื่อสืบทอดการส่งต่อพันธุกรรม เผ่าพันธุ์จึงจะดำรงอยู่ได้ ไม่สูญหายไป ธรรมชาติไม่สนใจว่าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นั้น จะมีอายุขัยยืนยาวไปแค่ไหน

› ในขณะที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ วิถีที่ 1 นี้จึงมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ การสืบพันธุ์ ผ่านการกระตุ้น mTOR และยับยั้งขบวนการ Autophagy และ Mitophagy ลง เพื่อส่งต่อพันธุกรรมเผ่าพันธุ์ต่อไปยังรุ่นลูกหลาน


วิถีที่ 4 : mTOR/AMPK Pathway

› ในหนังสือ Metabolic Autophagy เล่มนี้ เขียนในเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์สูงมาก ซึ่งถ้าเขียนสรุปตามหนังสือ น้องๆจะไม่ได้ประโยชน์เลย พี่เลยนำโพสต์เก่าสรุปหนังสือ Fat for Fuel ซึ่ง Dr.Joseph Mercola เขียนไว้เป็นภาษาง่ายๆ เกี่ยวกับ Pathway นี้ โดยพูดถึง Nutrient Sensors สำคัญ 4 ชนิดคือ การจำกัดแคลอรี่ (Caloric Restriction) อินซูลิน IGF-1 Human Growth Hormone และ mTOR ที่มีผลต่อสมดุลระบบเมตาบอลิสม มาให้น้องๆทบทวนจะดีกว่าค่ะ

https://www.facebook.com/573063853038560/posts/829254280752848?s=1803474968&sfns=mo

โดยสรุปการที่จะมีอายุยืนยาว เราควรสร้างสมดุลระหว่างการเจริญเติบโต กับ การกำจัดขยะภายในเซลล์และไมโตคอนเดรีย การกระตุ้นกระบวนการ Autophagy และ AMPK ในร่างกายมนุษย์ยุคดิจิทัล ที่โภชนาการเต็มไปด้วยอาหารผ่านขบวนการ การกินพลังงานเกิน ไม่ออกกำลังกาย ใช้ชีวิตไม่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพ จึงมีความสำคัญยิ่ง

› มีกิจกรรม 4 อย่าง ซึ่ง Prof.Yasunori Ohsumi ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวิทยาศาสตร์และการแพทย์ในปี 2559 จากการอธิบายกลไกของกระบวนการ Autophagy ให้สัมภาษณ์กับ Naomi Whittel ว่า ช่วยกระตุ้นขบวนการ Autophagy ดังต่อไปนี้ (พี่วางลิงค์ไว้ให้ด้วยนะคะ)

 


4 กิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นขบวนการ Autophagy

1. การนอนที่มีคุณภาพ (Sleep Quality)
2. การเข้าสู่ภาวะคีโตซิส (Ketogenesis)
3. การหยุดกินอาหาร (Fasting)
4. การออกกำลังกาย (Exercise)

 

 

› ทั้ง 4 กิจกรรมนี้ จะทำงานผ่านวิถีชีวเคมีแห่งความมีอายุยืนยาว (Longevity Pathway) ทั้ง 4 วิถีข้างบน โดยเฉพาะวิถีที่ 1 และ 4


จบตอนที่ 2 ไปอย่างหืดขึ้นคอ หนังสือ Metabolic Autophagy เล่มนี้ เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ดี แต่อ่านและสรุปให้เข้าใจและสละสลวยนั้นยากมากๆค่ะ พี่หมดพลังเลย พี่ต้องขุดเอาโพสต์เก่ามาประกอบความเข้าใจ น้องๆท่านใดที่คิดจะซื้อเล่มนี้ พี่ไม่แนะนำค่ะ แต่ถ้าจะซื้อเพราะมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ และอยากเข้าใจเชิงลึก ก็โอเคค่ะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดีจงสถิตอยู่กับทุกคน