วิธีป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ จากสนามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) ที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล


จากแบบทดสอบ 25 ข้อ ว่าสุขภาพไมโตคอนเดรียของคุณโอเคหรือไม่ ที่พี่ปุ๋มโพสต์ไปเมื่อ 2 วันก่อน มีน้องๆส่งผลลัพธ์จากการทำแบบสอบถาม มาในคอมเม้นต์มากมาย ซึ่ง บางคนก็ตกใจที่คะแนนออกมาค่อนข้างต่ำ และได้รับการเสนอแนะให้ปรับปรุงสุขภาพของไมโตคอนเดรียด้วยการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่เราใช้ชีวิตอยู่

 


แบบทดสอบ 25 ข้อ

1. คุณอายุเท่าไหร่ (อายุเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของไมโตคอนเดรียค่ะ ยิ่งอายุมาก ไมโตคอนเดรียก็ยิ่งมีโอกาสเสื่อมมากขึ้น)
2. คุณเห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ (เรามีโอกาสได้อาบแสงแดดเป็นประจำหรือไม่ พี่ปุ๋มเขียนโพสต์เรื่องแสงแดดมีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพไมโตคอนเดรียไว้แล้วนะคะ ในโพสต์ 9 วิธีในการรักษาไมโตคอนเดรียให้แข็งแรง)
3. คุณเดินเท้าเปล่าบนย่าดินหรือทรายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ (พี่ปุ๋มเขียนเรื่อง ประโยชน์ของการทำ Grounding ต่อสุขภาพไปแล้วเช่นกัน)
4. คุณชอบออกกำลังกายตอนกลางคืนภายใต้แสงประดิษฐ์จากหลอดไฟหรือไม่ (แสงสีฟ้าจากหลอดไฟที่มากเกินไป ส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพของไมโตคอนเดรีย)
5. คุณดื่มน้ำประปาจากก๊อกหรือไม่ (ในน้ำประปามีโอกาสพบดิวทีเรียม ซึ่งเป็นอันตรายต่อไมโตคอนเดรีย ซึ่งพี่จะหาโอกาสเขียนเรื่องนี้ต่อไป)
6. คุณรับประทานอาหารทะเลมากกว่าสามครั้งต่อสัปดาห์หรือไม่
7. คุณติดตั้ง Router เพื่อใช้ Wi-Fi ที่บ้านหรือไม่ (คลื่น Electro Magnetic Field-EMF ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไมโตคอนเดรีย พี่เตรียมหนังสือไว้ 3 เล่ม เพื่อเขียนเกี่ยวกับการป้องกันร่างกายจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ปล่อย EMF ไว้แล้วค่ะ)
8. คุณทำงานในออฟฟิศที่เปิดแอร์ทั้งวันหรือไม่
9. คุณทำงานที่ต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยแสงสีฟ้าหรือไม่
10. คุณรับโทรศัพท์โดยแนบที่หูใช่หรือไม่
11. ในแต่ละวัน คุณใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงอยู่ภายนอกอาคารหรือไม่
12. คุณใช้แว่นตาป้องกันแสงสีฟ้าหรือไม่
13. คุณนอนหลับโดยมีสมาร์ทโฟนอยู่ในห้องนอนหรือไม่ (ข้อนี้ได้คะแนนติดลบกันทุกคนแน่นอน พี่นี่เตรียมตามช่างมาย้าย Router โทรทัศน์ ออกนอกห้องนอน ไปไว้ห้องทำงานหมด)
14. คุณมีปัญหาสายตาเช่นกล้ามเนื้อตาล้าจอประสาทตาเสื่อมหรือไม่ (เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอาจได้รับแสงสีฟ้ามาเกินไป)
15. คุณมีปัญหาสุขภาพผิวหนังเช่นสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ผิวหนังอักเสบ (eczema) หรือไม่
16. คุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารเช่นท้องผูกสลับท้องเสีย ท้องอืด หรือไม่
17. คุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบฮอร์โมน เช่น ถุงน้ำในรังไข่(PCOS)หรือไม่
18. คุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต เช่นวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือไม่
19. คุณมีปัญหาเกี่ยวกับโรคความเสื่อมของระบบประสาท เช่น พาร์คินสัน อัลไซเมอร์ หรือไม่
20. คุณมีกลุ่มอาการของโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่อง (Autoimmune Diseases) เช่น เบาหวานประเภทที่ 1 โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthrisis)หรือไม่
21. คุณมีเบาหวานประเภทที่ 2 หรือไม่
22. คุณมีความดันโลหิตสูงหรือไม่
23. คุณมีประวัติของการเป็นมะเร็งหรือไม่
24. คุณมีลูกที่มีปัญหาการเรียนรู้และพฤติกรรมหรือไม่
25. คุณภาพการนอนหลับของคุณดีหรือไม่


 

ไม่ต้องตกใจไปค่ะ วัตถุประสงค์ของแบบสอบถาม ก็เพื่อให้พวกเราได้ตระหนักรู้เพื่อการปรับปรุงชีวิตของเรา ให้แวดล้อมด้วยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพของไมโตคอนเดรีย

ถ้าเราวิเคราะห์แบบสอบถามทั้ง 25 ข้อ

เราจะเห็นว่า การที่จะมีสุขภาพไมโตคอนเดรียที่ดีนั้น ข้อ 2,3,4,5,6,7,8,25 เราสามารถจัดการปรับปรุงได้ ส่วนข้อ 14 ถึง 22 เราสามารถใช้โภชนาการและยารักษาให้รอยโรคทุเลาลงได้ จะมีแค่ข้อ 1 (อายุ) ข้อ 23 มีประวัติเป็นมะเร็ง ข้อ 24 ลูก มีปัญหาการเรียนรู้และพฤติกรรม เท่านั้น ที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้

ดังนั้นในโพสต์นี้ พี่ปุ๋มจะเขียนสรุปวิธีการป้องกันสนามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเบื้องต้น ที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล หลักๆ 3 อย่างคือ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ชนิดแล็ปท็อป และ Wi-Fi ซึ่งพวกเราใช้กันทุกวัน แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง

 


ข้อมูลเพื่อนำมาเขียนโพสต์นี้ได้จากหนังสือดีมาก 3 เล่ม คือ

1. Radiation Nation : Your Complete Guide to EMF Radiation Safety โดย Daniel T. Debaun และ Ryan P. Debaun
2. The Non-Tinfoil Guide to EMFs : How to Fix our Stupid Use of Technology โดย Nicolas Pineault
3. Zapped : Why Your Cellphone shouldn’t be your Alarm Clock and 1,268 Ways to Outsmart the Hazards of Electronic Pollution โดย Ann Louise Gittleman

ส่วนการสรุปเนื้อหาสำคัญจากหนังสือทั้ง 3 เล่มว่า EMF คืออะไร มีกี่ประเภท แล้วทำไมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพมนุษย์ พี่จะทยอยสรุปในโอกาสต่อไปนะคะ

เอาละค่ะเรามาดูวิธีการจัดการ และ/หรือ ป้องกัน EMF จาก


สมาร์ทโฟน / แท็บเล็ต

EMF from Smartphone

› สมาร์ทโฟนคือมินิคอมพิวเตอร์ที่เมื่อเปิดสวิตช์ มันจะแผ่รังสี ELF (Extremely Low Frequency) นอกจากนั้นสมาร์ทโฟนยังปล่อยรังสี RF (Radio Frequency) ในขณะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi และ Bluetooth อีกด้วย

ความวิตกกังวลต่อสุขภาพ

› มีงานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ เพื่อประเมินผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ ที่เกิดจากการแผ่รังสี ELF และ RF จากสมาร์ทโฟน ในขณะที่งานวิจัยที่มีการทำไปแล้วพบว่า การแผ่รังสีจากสมาร์ทโฟน ส่งผลกระทบต่อระบบชีวะวิทยาของสิ่งมีชีวิต เช่นเพิ่มการเกิดเนื้องอกในสมองและหัวใจจากการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ทำลายดีเอ็นเอ นำไปสู่การเกิดเซลล์ที่ผิดปกติ

คำแนะนำ

1. ไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนใกล้ศีรษะ ถ้าจำเป็นต้องใช้ ให้ใช้ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เช่นการพูดโทรศัพท์โดยยกแนบหู
2. ใช้ปุ่มกดเปิดเสียง (speaker phone) เพื่อจะได้ไม่ต้องยกโทรศัพท์แนบหู
3. เมื่อไม่มีการใช้สมาร์ทโฟนให้วางห่างจากร่างกายอย่างน้อย 1 ฟุตเสมอ
4. พิจารณาใช้อุปกรณ์ป้องกัน (Shield Device) ทั้ง EMF และ RF
5. ไม่ควรพกสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงเป็นระยะเวลานาน เพราะอยู่ใกล้อวัยวะสืบพันธุ์
6. ไม่ควรชาร์ทแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนแล้วเปิดสวิชท์ทิ้งไว้ และควรชาร์จนอกห้องนอน
7. ไม่นอนหลับไปพร้อมกับนอนทับสมาร์ทโฟนที่เปิดทิ้งไว้

 


แล็บท็อปคอมพิวเตอร์

EMF from Laptop computer

› ชื่อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพานี้ บอกเป็นนัยว่าเวลาใช้ให้วางบนตัก เพราะแล็บท็อปรุ่นใหม่ๆ ขนาดกระทัดรัด เบา วางบนตักได้สบาย แต่รู้หรือไม่ว่าการวางแล็บท็อปบนตัก ทำให้ร่างกายเราเผชิญกับการปล่อยรังสีที่เข้มข้นที่สุดไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ ผิวหนัง และกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นมันก็เหมือนกับสมาร์ทโฟนคือ ในขณะที่เชื่อมต่อกับ Wi-Fi และ Bluetooth มันจะทำหน้าที่เป็นตัวส่งผ่านรังสี RF โดยตรงเข้าที่ร่างกาย เสมือนเรากำลังฉายรังสีร่างกายอยู่ (เห็นภาพเลย)

› นอกจากนั้น เราต้องคำนึงถึงความร้อนที่แล็บท็อปปล่อยออกมาด้วย ถึงแม้จะมีพัดลมภายในเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ แต่ความร้อนที่ปล่อยออกมาภายนอกอาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส เป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้

ความวิตกกังวลต่อสุขภาพ

› การวางแล็บท็อปที่ตักเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นหมันในผู้ชายโตเต็มวัยถึง 1 ต่อ 20

คำแนะนำ

1. เมื่อต้องใช้งานแล็ปท็อปให้วางบนโต๊ะเท่านั้น
2. เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ Wi-Fi หรือ Bluetooth แล้วให้ปิดเสีย
3. ไม่ควรใช้หมอนมาคั่นระหว่างแล็ปท็อปกับตัวเรา ถึงแม้จะสร้างระยะห่าง แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน EMF แทรกซึมเข้าร่างกาย ซ้ำยังทำให้การระบายความร้อนไม่ดีด้วย
4. ถ้าอยากวางแล็ปท็อปบนตักเหลือเกิน ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน EMF ที่ได้มาตรฐานเสมอ

 


Wi-Fi Networks

EMF from WIFI

› ปลายปี 2558 ทั่วโลก มีผู้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 752 ล้านครัวเรือน ผ่าน Fixed-Line Broad Band และในจำนวนนี้ 521 ล้านครัวเรือน (69%) ใช้ Router ไร้สาย เพื่อสร้าง Wi-Fi ปล่อยรังสี RF ทุกที่บนโลก เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราเชื่อมต่อได้ และไม่ใช่แค่เพียงเครือข่ายเดียว นั่นหมายถึงพวกเราจุ่มอยู่ในทะเล Wi-Fi หลากหลายเครือข่าย ตลอด 24 ช.ม. ตลอดชีวิต

คำแนะนำ

1. เปลี่ยนมาใช้ Ethernet Cables (ประเทศไทยยังมีอยู่ไหม ใครทราบบ้าง บอกเพื่อนๆกันด้วยค่ะ)
2. ปิด Router เมื่อไม่ได้ใช้เสมอ
3. วาง Router ให้ห่างจากคนในบ้านเป็นระยะทาง 10 ฟุตขึ้นไป และควรเป็นพื้นที่ที่คนในบ้านไม่ค่อยเข้าไปใช้งาน
4. อย่าวาง Router ในห้องนอน โดยเฉพาะหัวเตียง (ล้องห้าย โทรตามช่างมาย้ายทันที 😭)

ประมาณนี้นะคะ เดี๋ยวพี่ลงมืออ่าน 3 เล่มนี้ แล้วจะมาขยายความรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น หนังสือดีมากทั้ง 3 เล่ม โดยเฉพาะ Radiation Nation

 


ส่วนการทำ Grounding อาบแสงแดด น้องๆสร้างวินัยให้สุขภาพตัวเองเพิ่มเติม รับรองว่า คะแนนสุขภาพไมโตคอนเดรีย พุ่งสูงลิ่วแน่นอน

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน