กิจกรรมและสารอาหารใดบ้างที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์แห่งความเยาว์วัย


ข่าวดี Dr.James DiNicolantonio ร่วมกับ Dr.Jason Fung กำลังจะออกหนังสือสุขภาพดีเล่มใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ชื่อ The Longevity Solution : Rediscovering Centuries-Old Secrets to a Healthy, Long Life ซึ่ง พี่ปุ๋มสั่งซื้อล่วงหน้าไปเรียบร้อยเพื่อเตรียมเข้าคิวเขียนสรุปให้น้องๆได้อ่านกัน (อยากมีอาชีพอ่านหนังสืออย่างเดียว 555)

พี่ติดตามผลงานหนังสือทุกเล่มของผู้เขียนทั้งสองท่านนี้ ทำให้ได้ความรู้ ได้นำมาปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ และนำมาถ่ายทอดให้น้องๆได้อ่านกันมาโดยตลอด

คืนนี้เลย Preview เนื้อหาบางส่วนให้พวกเราได้อ่านกันว่า มีกิจกรรมและสารอาหารใดบ้างที่ช่วยกระตุ้น AMPK เอนไซม์แห่งความเยาว์วัย

 


Nutrient Sensors ที่สำคัญในร่างกายมนุษย์มีอยู่สามตัว มีไว้เพื่อช่วยในการสร้างสมดุลระหว่างโหมดเจริญเติบโต/สืบเผ่าพันธุ์ กับ โหมดทำนุบำรุง/ซ่อมแซม คือ

1. Insulin
2. mTOR (mamalian Target Of Rapamycin)
3. AMPK (5’ Adenosine Monophosphate-activated Protein Kinase)

 

การกระตุ้นเซ็นเซอร์ที่หนึ่งและสองทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดเจริญเติบโต/สืบเผ่าพันธุ์ ในขณะที่การกระตุ้นเซ็นเซอร์ที่สามส่งผลให้ร่างกายอยู่ในโหมดทำนุบำรุงซ่อมแซมซึ่งหมายถึงการมีอายุที่ยืนยาว

AMPK คือเอนไซม์แห่งการมีอายุขัยที่ยืนยาวตัวสำคัญ ที่โดยทั่วไปจะถูกกระตุ้นในช่วงที่มีการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งช่วงขาดแคลนพลังงานนี้ จะนำไปสู่การที่ร่างกายเปลี่ยนโหมดจากเจริญเติบโต/สืบพันธุ์ ไปเป็นทำนุบำรุง/ซ่อมแซม

นอกจากนั้น AMPK ยังมีความสำคัญในการสนับสนุนตับให้ปล่อยกลูโคสออกมาน้อยลง (จากการเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคส หรือสร้างกลูโคสใหม่จากโปรตีนหรือไขมัน) ซึ่งส่งผลให้มีการปรับปรุงความไวของอินซูลิน (improve insulin sensitivity)

 

กิจกรรมที่ช่วยกระตุ้น AMPK คือ

1. ออกกำลังกาย (Exercise)
2. หยุดกินอาหาร (Fasting)

 

สารอาหารที่กระตุ้น และ/หรือ เพิ่มปริมาณ AMPK ได้คือ

1. ชาเขียว (Green Tea)
2. กาแฟ (Coffee)
3. ดาร์ค ช็อคโกแล็ต (Dark Cholocate)
4. ไวน์แดง (Red Wine) สาร Resveratol
5. แอสต้าแซนทิน (Astaxanthin) Dr.James โปร แอสต้าแซนทินมาก โดยเฉพาะ แอสต้าแซนทิน + โอเมก้า 3 ซึ่งมีอยู่ใน Krill Oil
6. เบอเบอรีน (Berberine)

 


การที่จะมีอายุยืนยาวและสุขภาพดีต้องมีการลงมือจัดการกับวิถีชีวิตใหม่และการเลือกโภชนาการที่ถูกต้องมากกว่าแค่ Calorie in – Calorie out (Dr.James เป็นอีกคนที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้)

พี่วางลิ้งค์จากเพจของ Dr.James DiNicolantonio เอาไว้ให้ในคอมเม้นต์นะคะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน 



Previous articleThe Real Skinny On Fat : The Truth about Weight Loss
Next articleLow Carb & Keto Recipes
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน