แค่ตากแดดก็อาจช่วยขจัดไขมันได้


Sunlight And Fat Metabolism: A New Discovery, Podcast with Dr.Peter Light บทความดีๆ ที่บอกเราว่า  แสงแดดการใช้ชีวิตตาม Circadian Rhythm ช่วยลดไขมันได้

 


งานวิจัยใหม่ซึ่งทำโดย Dr. Peter light

ซึ่งพี่ปุ๋มเห็นว่าน่าสนใจมาก เลยเอามาเขียนให้น้องๆอ่านกัน เพราะเป็นไปได้ว่าการอาบแสงแดดอาจจะช่วยขจัดไขมันได้ค่ะ พี่สรุปให้พวกเราฟังดังต่อไปนี้

เป็นที่ทราบกันดีว่าแสงเป็นตัวควบคุมนาฬิกาชีวภาพผ่าน โปรตีนที่ไวต่อแสงซึ่งอยู่ในเซลล์พิเศษที่จอตา โปรตีนนี้ชื่อ melanopsin แสงอาทิตย์ประกอบด้วยแสงทั้งหมดเจ็ดสี โดยมีความยาวคลื่นแสงที่ต่างกัน ช่วงคลื่นแสงสีน้ำเงินและเขียวเป็นช่วงคลื่นแสงที่กระตุ้นโปรตีน melanopsin ที่อยู่ที่อยู่ในจอตามากที่สุด

เมื่อแสงสีน้ำเงินกระทบโปรตีนพิเศษนี้จะเกิดการส่งสัญญาณต่อไปยังเซลล์พิเศษที่สมองชื่อ Supra Chiamastic Nucleus ซึ่งทำหน้าที่เป็นนาฬิกาหลักของร่างกาย(Master Clock)ในการรับรู้ช่วงเวลาในแต่ละวัน เพื่อควบคุมให้นาฬิกาที่อวัยวะต่างๆของร่างกาย (Peripheral Clock) ทำหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในแต่ละวัน

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ทราบว่าแสงอาทิตย์ยังสามารถกระตุ้นการสร้างวิตามินดีผ่านคอเลสเตอรอลที่ผิวหนังได้ และกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

แค่ตากแดดก็อาจช่วยขจัดไขมันได้

แสงแดดมีผลต่อระบบการเผาผลาญเซลล์ไขมันหรือไม่อย่างไร : หนทางปฏิบัติตัวไปสู่การขจัดไขมันและจัดการกับโรคกลุ่มอาการทางเมตาบอลิสม

  • มีการค้นพบโปรตีนพิเศษที่เซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งคล้าย melanopsin ในจอตา และพบช่องทางที่ชื่อ Transient Receptor Potential Cation (TRPC) ที่เซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนังเช่นกัน ซึ่งทำหน้าที่ในการรับแสงและส่งสัญญาณต่อเหมือนกับที่พบในจอตา
  • เมื่อจัดการให้เซลล์ไขมันได้เจอกับแสงที่หลายช่วงความถี่พบว่าเซลล์ไขมันจะตอบสนองต่อคลื่นแสงสีน้ำเงิน(ความยาวคลื่น 450-480 nm)ได้มากที่สุดเช่นเดียวกับที่จอตา
  • Dr.Peter Light ได้ทำการทดลองเอาเซลล์ไขมันมารับแสงอาทิตย์ 4 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาทั้งหมด 13 วันเพื่อดูว่าแสงส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ไขมัน (Adipocyte) อย่างไรบ้าง น่าตื่นเต้นมากที่พบว่า
  1. หลังจากเซลล์ไขมันรับแสง 13 วัน เซลล์ไขมันมีขนาดเล็กลง และจำนวนเซลล์ไขมันก็ลดลงด้วย นั่นคือลดทั้งภาวะ Hyperplasia (จำนวนเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น) และ Hypertrophy (ปริมาณไขมันในเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น)ในอีกนัยหนึ่งคือ มันไม่ทำหน้าที่เก็บไขมันตามที่ควรจะเป็น นี่เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะ เซลล์ไขมันที่มีขนาดเล็กลงจะมีความสามารถในการเก็บไขมันส่วนเกินเข้าไปไว้ในเซลล์ได้ดีกว่าเซลล์ไขมันขนาดใหญ่ และปล่อยสารอักเสบน้อยกว่า จึงส่งผลต่อสุขภาพทางเมตาบอลิสมได้ดีกว่า
  2. การที่ลดปริมาณไขมันในเซลล์ไขมันลงได้จะส่งผลให้มีการหลั่ง Adiponectin และ Leptin ลดลง สาร adipokines 2 ตัวนี้ สำคัญมากในการส่งสัญญาณสื่อสารไปยังอวัยวะสำคัญเช่นตับอ่อนและตับ เพื่อประสานงานในการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นในการขนถ่ายกลูโคสและไขมันเข้า-ออกเซลล์ แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาอักเสบและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเมตาบอลิสม นอกจากนี้ Dr.Peter Light ยังพบอีกด้วยว่ามีการสลายไขมัน (Lipolysis) เพิ่มปล่อยกลีเซอรอลออกจากเซลล์ไขมัน (ไขมันที่เก็บในเซลล์ไขมัน อยู่ในรูปไตรกลีเซอไรด์ การสลายไตรกลีเซอไรด์จะได้กลีเซอรอลกับกรดไขมัน 3 โมเลกุล)
  • การค้นพบเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้นมาก แม้จะยังไม่มีความกระจ่างทั้งหมดว่าความเข้มแสงขนาดไหนหรือระยะเวลาที่เซลล์ไขมันควรได้รับแสงสีน้ำเงินควรจะเป็นเวลากี่ชั่วโมงจึงจะกระตุ้นกระบวนการสลายไขมัน และจะมีงานวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน
  • แต่มีข้อบ่งชี้ว่า การรับแสงสีน้ำเงินตามธรรมชาติ อาจเป็นตัวควบคุมสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญไขมันในเซลล์ไขมัน และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ อ้วน เป็นต้น
  • การศึกษานี้น่าตื่นเต้นตรงที่ได้ตั้งคำถามต่อนักวิจัยต่อว่า การตากแสงสีน้ำเงินซ้ำๆจะสามารถใช้เป็นกลไกป้องกันการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ปฏิกิริยาอักเสบเรื้อรัง หรือแม้แต่การจัดการกับความอ้วนได้หรือไม่

บทสรุปในการปฏิบัติตัวเพื่อสุขภาพที่ดี

(หลังจากพี่ปุ๋มอ่านงานวิจัย text book หนังสือสุขภาพดีๆ โดยเฉพาะในเรื่อง Circadian Rhythm มาจำนวนหนึ่ง)

1. ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพให้มากที่สุด
2. พาร่างกายออกมารับแดดช่วง 05.30-8.00 น.ให้ได้ทุกวัน ผ่านการออกกำลังกายแบบแอโรบิคในตอนเช้า
3. ทานอาหารที่ผ่านขบวนการให้น้อยที่สุด ตัดน้ำตาลและแป้งผ่านกระบวนการทุกชนิดออกไปจากชีวิต ทานให้เสร็จสิ้นทั้ง 3 มื้อตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนก่อนพระอาทิตย์ตก (early Time Restricted Feeding) โดยแบ่งปริมาณการทาน 3 มื้อที่ มื้อเช้า 45% มื้อกลางวัน 35% และมื้อเย็น 20% หลังจากนั้นก็หยุดทานอาหาร (Fasting)
4. Resistance Exercise Training เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ให้ได้ตลอดชีวิต
5. นอนหลับอย่างมีคุณภาพ 8 ช.ม.ต่อวัน หลีกเลี่ยงแสงสีน้ำเงินก่อนนอน

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน
ลองตามลิงค์นี้ไปฟังคลิปเสียงและ vdo สัมภาษณ์ Dr.Peter Light กันค่ะ

Sunlight And Fat Metabolism: A New Discovery. Podcast with Peter Light