จงมีชีวิตที่เบิกบาน


แด่น้องๆที่รักทุกคน

เริ่มต้นวันใหม่ 2562 กัน ด้วยบทสรุปจากหนังสือเปลี่ยนชีวิตเล่มนี้ ซึ่งพี่อ่านด้วยความใคร่ครวญมาตลอดปี 2561 และจะลงมือปฏิบัติตลอดชีวิตที่เหลือ เชิญชวนพวกเราทุกคนมาปฏิบัติร่วมกัน ขจัดไขมันส่วนเกินเพื่อสุขภาพที่ดีกันแล้ว ก็ต้องขจัดความทุกข์ส่วนเกินเพื่อสุขภาพจิตใจที่ดีกันด้วย

จงมีชีวิตที่เบิกบาน

จงมีชีวิตที่เบิกบาน

ความรัก ความเมตตากรุณา คือที่มาแห่งความเบิกบาน และความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์

การเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณได้นั้น เราจะต้องผ่านบททดสอบ จากผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า และความขุ่นข้องหมองใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ในอดีตเมื่อคนตีเรา เราก็จะตีตอบ แต่เมื่อเราผ่านการขัดเกลา เราก็อยากจะค้นหาว่าอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้คนๆนั้นทำอย่างที่เขาทำ แล้วเราก็จะพบว่า เราเองก็มีส่วนในการที่เขาทำอย่างนั้นกับเราด้วย เราไม่สามารถที่จะเพ่งโทษเขาแต่ฝ่ายเดียว เมื่อนั้นเราก็จะมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น

ลึกลงไปแล้ว เราจะเติบโตในความเมตตากรุณาได้ ก็ต่อเมื่อความเมตตากรุณาถูกทดสอบเท่านั้น

หลักแห่งความมีชีวิตที่เบิกบาน 8 ประการ

1 มุมมองที่เราให้ความหมาย ต่อสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ มุมมองที่เรามีต่อชีวิตตัวเองคือที่สุดแห่งอิสรภาพ มุมมองของเรานั้น มีอำนาจที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ หรือทำให้เราตายได้ “เราสร้างโลกด้วยจิตของเรา”

2 ความอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนเกิดมาด้วยขบวนการเดียวกัน เมื่อถึงตอนตายทุกคนก็มีขบวนการตายแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นยาจกหรือบุคคลสำคัญระดับโลก บทบาทของเราทุกคนบนโลกล้วนไม่ยั่งยืน ไม่มีเหตุผลที่เราต้องยึดอัตตาตัวเองไว้

3 อารมณ์ขัน แม้ในยามทุกข์ยากแสนสาหัส ความสามารถในการหัวเราะตัวเอง และสามารถผ่อนปรนต่อตัวเองลงโดยไม่ลดคุณค่าของใคร เป็นการพาผู้คนมาสู่พื้นฐานอันสามัญร่วมกัน

4 การยอมรับต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดกับชีวิต ไม่คาดหวังว่าทุกสิ่ง ทุกคน จะเป็นอย่างที่เราคิด เมื่อเราเจริญงอกงามในชีวิตทางจิตวิญญาณ เราจะสามารถยอมรับ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของชีวิต และเราจะใช้สิ่งนี้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

5 การให้อภัย การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราจะลืมสิ่งที่คนๆหนึ่งทำเอาไว้ การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่แสวงหาความเป็นธรรม หรือผู้ก่อการไม่ต้องได้รับการลงโทษ แต่การให้อภัยคือการเลือกที่จะไม่สร้างความโกรธและเกลียดชังต่อเขา มันคือการมองเห็นความเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอในตัวคนๆนั้น ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองต่อความผิดของเขาด้วยความชัดเจนและเด็ดเดี่ยว

6 ความรู้สึกขอบคุณกับทุกสิ่งที่มีในชีวิต เราสามารถรู้สึกขอบคุณได้ แม้แต่กับศัตรูของเราซึ่งถือว่าเป็น “ครูทางจิตวิญญาณผู้สูงส่ง” ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ แต่ความรู้สึกขอบคุณต่างหากที่ทำให้เรามีความสุข

7 ความเมตตาที่อยากเห็นผู้อื่นเป็นสุข มีสิ่งเดียวที่เมื่อเราได้มา เราจะถึงพร้อมด้วยคุณงามความดีทั้งหมด สิ่งนั้นก็คือความเมตตา

8 ความกรุณาที่อยากเห็นผู้อื่นพ้นทุกข์ ความเมตตาและความกรุณาไม่ได้เป็นแค่คุณธรรมที่สูงส่ง แต่ทั้งสองสิ่งนี้คือหัวใจของความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีความเบิกบานและมีคุณค่า


การได้อยู่บนโลกใบนี้ คือโอกาสสำคัญที่เราจะได้เรียนรู้ที่จะฝึกฝนความเมตตากรุณา เรียนรู้ที่จะรักและใส่ใจผู้อื่นมากขึ้น เรียนรู้ที่จะมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น 

“เราได้เรียนรู้ก็ต่อเมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้นเพื่อทดสอบเรา” 


 


Previous articleผักย่าง
Next articleเอวหนาหรือสะโพกใหญ่ อย่างไหนอันตรายกว่ากัน (ตอนที่ 1)
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน