ความสำคัญของโพแทสเซียม โดยเฉพาะเมื่อรับประทานโภชนาการคาร์บต่ำ


เมื่อปี 2548 พี่จำได้แม่นขณะกำลังออกกำลังกายใน Fitness ชื่อดัง โดยเดินบนสายพานแค่ 5 นาทีแรกเพื่อวอร์มอัพร่างกาย อยู่ๆอัตราการเต้นของหัวใจพี่ปุ๋มก็พุ่งจาก 75 ครั้งต่อนาทีไปเป็น 140 ครั้ง ภายในเวลาแค่ประมาณ 30 วินาที พี่ตกใจมาก รีบนอนลงกับพื้น เพราะไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย โทรตามรถพยาบาลฉุกเฉินให้มารับ admit อยู่โรงพยาบาล 3 วันเพื่อเช็คทุกอย่าง ทุกระบบในร่างกาย ไม่มีอะไรผิดปรกติเลย นอกจากหมอถามว่า “ไปทำอะไรมา ทำไมโพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ” หลังจากนั้นพี่ก็ follow up ต่อมาอีกนาน โดยไม่สามารถค้นหาสาเหตุได้ว่าเกิดจากอะไร นั่นเป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต และเข้าใจถึงอิทธิพลของแร่ธาตุที่ชื่อ โพแทสเซี่ยม อย่างแท้ทรู

 

ข้อมูลสำคัญของโพแทสเซียม

โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีมากเป็นอันดับสามในร่างกาย มันมีหน้าที่ในการควบคุมของเหลวภายในร่างกาย ส่งสัญญาณประสาท ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ

ราวๆ 98% ของโพแทสเซียมในร่างกายอยู่ภายในเซลล์ 80% อยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ 20% พบในกระดูก ตับ และเม็ดเลือดแดง

เมื่ออยู่ในร่างกายมันทำหน้าที่เป็นแร่ธาตุที่นำไฟฟ้า(Electrolyte) เพราะเมื่อมันละลายน้ำ จะนำกระแสไฟฟ้าบวก

ร่างกายใช้การนำกระแสไฟฟ้านี้ในการทำงานของกระบวนการต่างๆในร่างกายได้แก่ ควบคุมของเหลวภายในร่างกาย ส่งสัญญาณประสาท ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ (ดูอินโฟกราฟฟิกประกอบ)

ดังนั้นปริมาณโพแทสเซี่ยมที่มากหรือน้อยเกินไป สามารถส่งผลกระทบต่อหน้าที่สำคัญของร่างกายได้

ที่สำคัญคือร่างกายไม่สามารถสร้างโพแทสเซียมได้เองจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเข้าไปให้เพียงพอในแต่ละวัน

ปริมาณโพแทสเซียมแต่ละวันที่ควรได้รับจากอาหารคือ 3500 ถึง 4700 มิลลิกรัม ซึ่งได้มาจากการทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม

 

เพราะอะไรเราจึงต้องระมัดระวังในการรับประทานโพแทสเซียมให้เพียงพอ เมื่อเปลี่ยนมาใช้โภชนาการคาร์บต่ำไขมันดีสูง

เมื่อเราลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตลงจนไกลโคเจนสำรองหมดไป หนึ่งกรัมของไกลโคเจนจะเก็บน้ำไว้ 3-4 กรัม นั่นหมายถึงเมื่อเราใช้ไกลโคเจนสำรอง เราก็กำลังขับน้ำออกจากร่างกาย แต่ร่างกายจะไม่ขับน้ำออกอย่างเดียวมันจะต้องใช้เกลือแร่เป็นตัวพาเอาน้ำออกไปจากร่างกาย ดังนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านการใช้เชื้อเพลิงในร่างกายจากกลูโคสเป็นไขมัน เราจะขับโพแทสเซียมและเกลือแร่อื่นออกจากร่างกาย

นอกจากนั้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนมาใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานแล้ว กระบวนการทางชีวเคมีในการสันดาปกรดไขมัน ก็ให้ปริมาณน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากกว่าการสันดาปกลูโคลส ร่างกายก็จะกำจัดน้ำออกทางไต โดยพาเกลือแร่ออกไปด้วยเช่นกัน

จึงมีความจำเป็นต้องทานโพแทสเซียมให้เพียงพอ ตลอดช่วงเวลาที่รับประทานโภชนาการคาร์บต่ำไขมันดีสูง ไม่เช่นนั้นเราจะเกิดอาการ เป็นตะคริว หัวใจเต้นเร็ว ท้องผูกเป็นต้น (ดูอินโฟกราฟฟิกประกอบ)

10 แหล่งอาหารคาร์บต่ำที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ต่อ 100 กรัม (ตัวเลขคือปริมาณโพแทสเซียมเป็นมิลลิกรัม)

1. เบคอน : 359
2. หอยนางรม : 259
3. Cacao : 1524
4. ผักโขม : 558
5. เนื้อวัว : 350
6. ผักสวิสชาร์ด : 379
7. เนื้อหมู : 419
8. อะโวคาโด : 351
10. ปลาแซลม่อนจับจากทะเล : 628

 

The importance of Potassium

 


รู้ถึงความสำคัญของโพแทสเซียมขนาดนี้แล้ว อย่าลืมรับประทานโพแทสเซียมในแต่ละวันให้เพียงพอกันนะคะ


Credit Infographic : Page The Ketologist
Ref : จากเว็บ nutritionadvance (พี่วางลิงค์ไว้ในคอมเม้นต์นะคะ)

อ่านบทความต้นฉบับ


Previous articleซุปหลายอย่างต่างกันยังไง?
Next article6 เทคนิครับมือให้ยังคงรีดไขมันได้ต่อไปในช่วงเทศกาล
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน