The Keto Cure : A Low Carb High-Fat Dietary Solution to Heal Your Body & Optimize Your Health (ตอนที่ 3)


เขียนโดย Dr. Adam Nelly และ Jimmy Moore

 

โพสต์ตอนที่ 2 เราทำความเข้าใจคำจำกัดความของภาวะคีโตซิสด้วยโภชนาการ (Nutritional Ketosis State) ว่าคืออะไร มันทำอะไรให้ร่างกาย และทำไมมันจึงมีความสำคัญต่อความมีสุขภาพดี มีวิธีใดบ้างที่ช่วยเร่งภาวะคีโตซิสที่เสถียร (Keto Adaptation)

 

ในตอนที่ 3 นี้ พี่ปุ๋มจะมาสรุปหลักการสำคัญ 6 ประการ ที่โภชนาการคาร์บต่ำไขมันดีสูง ช่วยปรับปรุงสุขภาพจากโรคเรื้อรังต่างๆค่ะ และมีโรคอะไรบ้างที่โภชนาการคาร์บต่ำ ไขมันดีสูงช่วยปรับปรุงได้

 

The Keto Cure : Approach to Disease Treatments

หลักการสำคัญที่โภชนาการแบบคีโตเจนนิก ใช้ในการปรับปรุงสภาวะของโรคต่างๆให้ดีขึ้น มีอยู่ 6 หลักการคือ

หลักการที่ 1 : ลดระดับอินซูลินด้วยโภชนาการแบบคีโตเจนนิก

› เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนหลักสำคัญที่เกี่ยวพันกับโรคเรื้อรังต่างๆมากมาย ดังนั้นขั้นตอนแรกในการกอบกู้สุขภาพให้ห่างจากโรคเรื้อรังเหล่านี้จึงคือ ลดระดับอินซูลินในเลือดให้ลงมาอยู่ที่ระดับพื้นฐาน(Basal Insulin) ซึ่งทำได้โดยจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เหลือน้อยกว่า 20 กรัมต่อวัน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลงมาอยู่ที่ระดับปกติ (60-100 mg/dL) และ ระดับอินซูลินในเลือดเมื่ออดอาหาร 8 ช.ม. (Fasting Insulin) กลับมาที่ < 5 mU/ml ภายใน 12-24 เดือน

หลักการที่ 2 : หลีกเลี่ยงสารให้ความหวานที่จะเพิ่มระดับอินซูลิน

› สารให้ความหวานหลายตัว สามารถกระตุ้นการเพิ่มระดับอินซูลินได้โดยไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่น้ำตาลฟรุคโตส ที่ใช้ในอาหารที่ผ่านขบวนการต่างๆ เพราะเมื่อดูดซึมจากทางเดินอาหาร มันเดินทางไปที่ตับทันที จึงยังไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดทันที และเปลี่ยนเป็น กลีเซอรอล จากนั้นจึงกระตุ้นการสร้างอินซูลินได้ใน 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อมา นอกจากนั้นน้ำตาลฟรุคโตสยังเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลพอกที่ตับ ส่วนฟรุคโตสในผลไม้สด มีในปริมาณน้อย และยังมีใยอาหารเป็นตัวช่วยชะลอการดูดซึมอีกด้วย

› ให้ระวังว่าน้ำตาลมีชื่อต่างกัน 50 ชื่อ พี่ปุ๋มเคยเขียนโพสต์เรื่องนี้ไปแล้ว ต้องไปค้นอ่านกันดูนะคะ

› สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่ควรใช้เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างอินซูลินได้คือ

1. Acesulfame K
2. Sucralose
3. Saccharin
4. Cyclamate
5. Mogroside (Monk Fruit)

 

สารให้ความหวานที่ Dr.Nelly แนะนำคือ

1. Stevia ข้อควรระวังคือมันขมมาก และด้วยความที่มันเป็นที่นิยม จึงมีบริษัทมักง่ายผสมน้ำตาลเด็กซ์โตสและมอลโตเด็กซ์ตริน เข้าไป เพราะมีราคาถูกมากกว่าใช้ Fructo oligosaccharide ผสม ซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และอ่านวัตถุดิบให้ละเอียดค่ะ
2. Erythritol
3. Fructose Oligosaccharide

Dr.Nelly แนะนำให้ผสมทั้ง 3 ตัวเข้าด้วยกัน

 

หลักการที่ 3 : โปรตีนปานกลางเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

› โปรตีนที่มีไขมันต่ำ ในเนื้อสัตว์สีขาว เช่นเนื้อไก่ เนื้อปลา ไม่ดีเท่าโปรตีนที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลาที่มีไขมันสูง เนื้อแกะ ไข่ เบคอน แมกคาดาเมีย วอลนัท อัลมอนด์ ชีสแข็ง

› โปรตีนที่สูงมากเกินไปสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้ กรดอะมิโนที่มีความสามารถกระตุ้นอินซูลินได้จากมากไปหาน้อยได้แก่ (The most Insulinogenic amino acids) Arginine, Lysine, Phenyl-Alanine, Leucine, Tryptophan, Valine, Threonine, Methionine, Isoleucine, Histadine

(หมายเหตุ : พี่ปุ๋มยังมีความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องปริมาณโปรตีนที่แตกต่างจาก Dr.Nelly และค่อนข้างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับ Dr.Ted Naiman ว่าการรับประทานโปรตีนในปริมาณที่สูงจะมีผลกระตุ้นอินซูลินชัดเจนเฉพาะในคนไข้เบาหวานประเภทที่ 1 ที่ไม่มีอินซูลินเลย และ ประเภทที่ 2 ซึ่งมีระดับอินซูลินสูงอยู่แล้ว ทำให้ต้องคำนวณโปรตีน เพื่อปรับขนาดยาหรืออินซูลินชนิดฉีด ดังนั้น หลักการนี้พี่ก็ขอเปิดกว้างไว้ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ค่ะ)

› Prof.Stuart Phillips แนะนำปริมาณโปรตีนต่อวันที่ 1.2-1.6 กรัม/นน.ตัว 1 กิโลกรัม/วัน

 

หลักการที่ 4 : กำจัดยาที่ก่อให้เกิดปัญหา

› มียาหลายตัวที่กระตุ้นการสร้างอินซูลิน ทำให้กระบวนการเมตาบอลิสมช้าลง กระตุ้นความอยากอาหาร ได้แก่

1. Beta blocker
2. Glitazone
3. MAO Inhibitors
4. Anti anxiety/Anti depressant
5. Mood/psychosis stabilizing Medication

› ควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้ทำการรักษาเท่านั้น

 

หลักการที่ 5 : เพิ่มยาที่จะช่วยเสริมการรักษาโรคร่วมกับโภชนาการ

› มียาหลายชนิดที่จะช่วยเสริมการรักษาโรคแต่ละชนิดร่วมกับการใช้โภชนาการแบบคีโตเจนนิก

› ควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้ทำการรักษา

 

หลักการที่ 6 : พิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร

› เช่นเดียวกับหลักการที่ 5 มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพรหลายอย่าง ที่จะสามารถช่วยเสริมการรักษาร่วมกับการใช้โภชนาการแบบคีโตเจนนิก

 

Insulin Resistance

 


จบหลักการหกประการสำคัญในการใช้โภชนาการแบบคีโตเจนนิก ในการปรับปรุงโรคเรื้อรังที่เกิดจากการมีระดับอินซูลินในเลือดสูงเรื้อรัง ในที่สุดก็ต้องต่อตอนที่ 4

ตอนที่ 4 ได้เวลาเขียนสรุปว่า มีโรคอะไรบ้างที่โภชนาการแบบคีโตเจนนิกสามารถช่วยปรับปรุงร่วมกับการใช้ยาได้ รออ่านตอนที่ 4 กันต่อไปค่ะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน



Previous articleThe Keto Cure : A Low Carb High-Fat Dietary Solution to Heal Your Body & Optimize Your Health (ตอนที่ 2)
Next articleJeff Bezos
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน