การตรวจทางเคมีในเลือด 5 ชนิด เพื่อค้นหาภาวะอักเสบในร่างกาย


สรุปจาก
Top 5 Blood Tests for Inflammation
เขียนโดย : Melissa Nohr JD, CHC
Certified Health Coach
Lab Work Interpretation
Advanced Supplementation
Lifestyle Optimization

อ่านบทความต้นฉบับ

 


ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร

ภาวะอักเสบในร่างกาย เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆที่เรามองข้ามมากที่สุด ภาวะอักเสบเรื้อรังคือปฏิกิริยาอักเสบต่ำๆ ที่คงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี

เกือบทุกปัญหาสุขภาพ มีภาวะอักเสบเรื้อรังเป็นปฏิกิริยาตั้งต้น ที่สามารถเร่งกระบวนการแก่ชราและโรคต่างๆได้

มันยับยั้งการทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ของร่างกายตั้งแต่ระดับเซลล์เลยทีเดียวทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลงและส่งเสริมภาวะโรคให้กำเริบขึ้น

โชคดีที่มีการทดสอบภาวะอักเสบในร่างกายที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถรับทราบ และออกแบบวิถีชีวิตให้ต้านภาวะอักเสบนั้นได้

มีการทดสอบหลายชนิดที่สามารถช่วยให้เราทราบถึงระดับความรุนแรงของภาวะอักเสบในร่างกาย การทดสอบเหล่านี้ควรทำเป็นประจำเพื่อเฝ้าติดตามภาวะอักเสบ และเพื่อเป็นมาตรวัดในการป้องกันล่วงหน้า

ในโพสต์นี้พี่ปุ๋มจะสรุปให้ฟังว่าภาวะอักเสบคืออะไรการทดสอบเคมีในเลือดที่สำคัญห้าอันดับและเราจะสามารถทดสอบภาวะอักเสบด้วยตัวเองได้อย่างไร

 

ภาวะอักเสบคืออะไร

› ภาวะอักเสบ เป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด และระบบนี้สามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยปัจจัยหลายอย่าง มันเป็นกระบวนการซับซ้อนที่เม็ดเลือดขาวจะถูกปล่อยออกสู่กระแสเลือด หรือไปยังบริเวณที่ติดเชื้อ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ เพื่อต่อสู้กับสิ่งนั้น

› ภาวะอักเสบเป็นกระบวนการที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่ร่างกายบริเวณนั้นจะต้องส่งสัญญาณให้ระบบภูมิคุ้มกันรับรู้และให้ความสนใจกับสถานการณ์อักเสบที่กำลังเกิดขึ้น

› มีภาวะอักเสบสองประเภทคือ

1. ภาวะอักเสบเฉียบพลัน (Acute Inflammation) เกิดขึ้นรวดเร็วและโดยทั่วไปมักจะหายไปได้ภายในสองถึงสามวัน ภาวะอักเสบเฉียบพลันนี้ ป้องกันเราจากไวรัส แบคทีเรีย และชิ้นส่วนของเซลล์ที่เสียหายซึ่งกลายเป็นสิ่งแปลกปลอม ในสถานการณ์นี้ภาวะอักเสบเฉียบพลันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

2. ภาวะอักเสบเรื้อรังคือการอักเสบทั่วร่าง ที่คงอยู่เป็นระยะเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ได้แก่ อาหาร สารพิษจากสิ่งแวดล้อม น้ำหนักเกิน และความเครียด เป็นต้น

รูปที่ 1 : ปฏิกิริยาอักเสบ 2 แบบในร่างกาย เฉียบพลัน และเรื้อรัง
รูปที่ 1 : ปฏิกิริยาอักเสบ 2 แบบในร่างกาย เฉียบพลัน และเรื้อรัง

ภาวะอักเสบเรื้อรังกับการเกิดโรค

› ภาวะอักเสบเรื้อรัง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายต้องเผชิญกับปัจจัยก่อการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า สารก่อการอักเสบก็ถูกสร้างตลอดเวลา และส่งไปทั่วร่างกาย โดยระบบภูมิคุ้มกันต้องทำงานหนักเพราะถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา

› ภาวะอักเสบเรื้อรัง คือรากของโรคเรื้อรังเกือบทั้งหมด เช่น มะเร็ง, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) และโรคหัวใจ ภาวะนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคเบาหวาน น้ำหนักเพิ่ม แก่ก่อนวัย โรคปอด สูญเสียมวลกระดูก กระดูกไม่เจริญเติบโต และโรคซึมเศร้า โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (Auto Immune Disease) เช่น โรค Hashimoto’s โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นต้น

 

ภาวะอักเสบกับไมโตคอนเดรีย

› ไมโตคอนเดรียเป็นอวัยวะภายในเซลล์ที่อ่อนไหวต่อภาวะอักเสบเรื้อรังมาก นั่นหมายถึง ภาวะอักเสบเรื้อรังสามารถทำความเสียหายให้กับไมโตคอนเดรียได้

› เมื่อไมโตคอนเดรียเสียหาย จะส่งผลให้การสร้างพลังงานของเซลล์ถูกขัดขวาง นั่นหมายถึงการทำงานของอวัยวะต่างๆย่อมมีประสิทธิภาพการทำงานลดลงเช่นกัน

› ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทดสอบว่าร่างกายมีภาวะอักเสบเรื้อรังหรือไม่เพื่อจะได้หาวิธีลดภาวะอักเสบนั้น

 

วิธีการตรวจสอบภาวะอักเสบเรื้อรัง 5 วิธีที่ดีที่สุด

 

รูปที่ 2 : วิธีทดสอบภาวะอักเสบในร่างกาย 5 วิธี
รูปที่ 2 : วิธีทดสอบภาวะอักเสบในร่างกาย 5 วิธี

 


1 Fasting Insulin (ระดับอินซูลินเมื่ออดอาหาร 8 ช.ม.)

› ระดับอินซูลินที่สูงหรือต่ำเกินไปก็มีผลเสีย อินซูลินที่สูงบ่งบอกถึงกลุ่มอาการทางเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ที่มีส่วนเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับปฏิกิริยาอักเสบ ได้แก่ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน อ้วนกลางลำตัว(จากการมีไขมันสะสม) ระดับไขมันในเลือดที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ปกติ ความดันโลหิตสูง

ค่า Fasting Insulin ที่ปรกติ

Clinical Range : 2.6-24.9 uIU/ml
Optimal Range : 1.0-5.0 uIU/ml

รูปที่ 3 : อินซูลินกับผลกระทบในร่างกาย
รูปที่ 3 : อินซูลินกับผลกระทบในร่างกาย

 


2 Hemoglobin A1C (HbA1C)

› HbA1C บอกให้เราทราบถึงปริมาณน้ำตาลกลูโคสเฉลี่ยใน 3 เดือนที่ผ่านมา เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกภาวะอักเสบเรื้อรัง ที่ถือเป็นการทดสอบที่สำคัญต้นๆเลย

› HbA1C หรือ Glycated Hemoglobin เกิดจากการจับตัวของกลูโคส กับโปรตีน Hemoglobin ในเม็ดเลือดแดง ยิ่งมีระดับกลูโคสในเลือดสูงเท่าไหร่ ก็จะเกิดปฏิกริยา Glycation ระหว่างกลูโคสกับโปรตีน Hemoglobin มากขึ้นเท่านั้น เราเรียกสารประกอบที่ฟอร์มตัวระหว่างกลูโคสกับโปรตีนว่า Advanced Glycolytic End Products (AGEs) ซึ่งมีฤทธิ์สร้างภาวะอักเสบและทำลายเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย

› ค่า HbA1C มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งมีค่าสูง ก็ยิ่งหมายถึงระดับน้ำตาลกูโคสเฉลี่ยสูงด้วยเช่นกัน

› เราใช้ค่า HbA1C เป็นตัวสกรีนหาภาวะเบาหวาน หรือภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Pre-Diabetes)

ค่า HbA1C ที่ปรกติ

Clinical Range : 4.8-5.6 %
Optimal Range : 4.5-5.2 %

3 C-Reactive Protein (CRP)

› CRP เป็นโปรตีนสร้างขึ้นที่ตับ เมื่อมีการอักเสบ หรือมีการบาดเจ็บรุนแรง ตัวทดสอบที่จะใช้วัด CRP ที่ดีที่สุดคือ high-sensitivity CRP (hs-CRP) Test

ค่า CRP ที่ปรกติ

Clinical Range : 0-3 mg/L
Optimal Range : 0-2 mg/L

รูปที่ 4 : ค่า C-Reactive Protein
รูปที่ 4 : ค่า C-Reactive Protein

 


4 Serum Ferritin

› Ferritin เป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่เก็บธาตุเหล็กเอาไว้ ถ้ามีระดับต่ำ บ่งชี้ถึงการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งนำไปสู่โรคโลหิตจางและจำนวนเม็ดเลือดแดงที่ลดลง

› ถ้ามีระดับสูง บ่งชี้ถึงภาวะอักเสบ โรคตับ ติดเชื้อเรื้อรัง โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง และมะเร็งบางประเภท

ค่า Serum Ferritin ที่ปรกติ

Clinical Range : 30-40 ng/ml
Optimal Range : ช 50-150 ng/ml
ญ 25-100 ng/ml

รูปที่ 5 : การทดสอบระดับ Ferritin ในร่างกาย
รูปที่ 5 : การทดสอบระดับ Ferritin ในร่างกาย

 


5 Red Blood Cell Width (RDW)

› RDW เป็นการแสดงให้เห็นถึงขนาดต่างๆของเม็ดเลือดแดง ซึ่งประกอบกันเป็นจำนวนประชากรเม็ดเลือดแดงทั้งหมดของคนๆหนึ่ง

› ซึ่งขนาดของเม็ดเลือดแดง จะเป็นตัวบ่งบอกความสมบูรณ์เต็มวัยของเม็ดเลือดแดง มีสารอาหารสองตัวที่สำคัญมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสมบูรณ์เต็มวัยของเม็ดเลือดแดง คือ โฟเลท และวิตามินบี 12

› เม็ดเลือดแดงเมื่อเริ่มต้นสร้างจะมีขนาดใหญ่มาก เมื่อมันจะค่อยๆโตเต็มวัยในไขกระดูก มันจะลดขนาดลงให้เหมาะสม เพื่อการขนส่งออกซิเจนและสารอาหารอื่นไปให้เซลล์ (นึกภาพหลอดเลือดในร่างกายที่มีขนาดต่างๆกันนะคะ หลอดเลือดฝอย มีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเม็ดเลือดแดงเสียอีก)

› ดังนั้นเมื่อมีเม็ดเลือดแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติย่อมหมายถึงเม็ดเลือดแดงที่ไม่สมบูรณ์เต็มวัยย่อมไม่เป็นผลดีกับร่างกายแน่นอน

ค่า Red Blood Cell Width ที่ปรกติ

Clinical Range : 12.3-15.4 %
Optimal Range : 11.7-15 %

 


เมื่อทราบวิธีทดสอบภาวะอักเสบทั้ง 5 วิธีแล้ว ครั้งหน้าในการตรวจร่างกายประจำปี ควรขอแพทย์ตรวจเพิ่มวิธีเหล่านี้สัก 2 ถึง 3 วิธี ที่พี่ปุ๋มแนะนำคือ Fasting Insulin, HbA1C และ CRP แม้ต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง ก็คุ้มกับการรักษาสุขภาพค่ะ

ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตอยู่กับทุกคน 


Sources for this Article Include:

1. Philip Hunter, The Inflammation Theory of Disease. 2012 Nov; 13(11): 968–970. PMID: 3492709.

2. Zeyda, Maximilian, Stulnig, Thomas M., Obesity Inflammation, and Insulin Resistance- A Mini Review. Gerontology 2009; 55:379–386 DOI: 10.1159/000212758. Link here

3. Basta, G, Schmidt, AM, De Caterina, R, Advanced Glycation End Products and Vascular Inflammation: Implications for Accelerated Atherosclerosis in Diabetes. Cardiovasc Res.2004 Sep 1;63(4):582-92. PMID:15306213

4. Yoshinaga R, Doi Y, Ayukawa, K, Ishikawa S, High-sensitivity C reactive protein as a predictor of in hospital mortality in patients with cardiovascular disease at an emergency department: a retrospective cohort study. 2017 Oct 6;7(10):e015112. PMID: 28988163

5. Marie Kim Wium-Andersen, MD;David Dynnes Orsted, MD; Sune Fallgaard Nielsen, MScEE, PhD; et al., Elevated C-Reactive Protein Levels, Psychological Distress, and Depression in Individual. JAMA Psychiatry. 2013;70(2):176-184. doi:10.1001

6. Paul Adams, MD, Management of Elevated Serum Ferritin Levels. Journal of Gastroenterology and Hepatology, 2008 May; 4(5): 333–334. PMID 3093720

7. Heidi S. Bazick, MD, Domingo Change, MD, et al., Red Cell Distribution Width and All Cause Mortality in Critically Ill Patients. Crit Care Med. 2011 Aug; 39(8): 1913–1921. PMID: 4427349