What is Insulin Resistance? ภาวะดื้อต่ออินซูลินคืออะไร


พี่ปุ๋มเคยเขียนโพสต์อธิบายถึงภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินไปแล้วว่า มันก่อให้เกิดผลเสียอะไรบ้างต่อร่างกาย vdo ที่พี่ปุ๋มแนบมาของ Dr.Eric Berg อธิบายภาวะนี้ได้น่าสนใจมาก ทำให้เรารู้ว่าร่างกายนี่ถูกสร้างมาอย่างน่ามหัศจรรย์เพียงใด พี่ปุ๋มสรุปให้ฟังดังนี้ค่ะ

1. ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

จริงๆแล้วเป็นกลไกของร่างกายในการป้องกันการมีน้ำตาลกลูโคสเกินในเลือด(ต้องไม่เกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตรเลือด ในตอนตื่นเช้าและหลังกินอาหารไปแล้วประมาณ 3 ช.ม.) อันเป็นผลจากการที่เราบริโภคแป้งและน้ำตาลมากเกินความต้องการ

2. ร่างกายมีเลือดไหลเวียนประมาณ 1.5 แกลลอน

(ตรงนี้ Dr.Berg ใช้การสาธิตประกอบได้ดีมาก) แต่ต้องการน้ำตาลกลูโคสแค่ 1 ช้อนชาเท่านั้นต่อวัน ในขณะที่ปัจจุบันคนอเมริกันบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 32 ช้อนชาต่อวัน (คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 28 ช้อนชาต่อวัน อ้างอิงจาก สสส.)

3. ทำไมร่างกายจึงต้องจัดการให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงเกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตรเลือด

ก็เพราะน้ำตาลที่เกินกว่าน้ีเป็นพิษต่อร่างกายค่ะ
– เป็นพิษต่อจอประสาทตา
– เบาหวาน
– เกิดภาวะอักเสบที่ผนังหลอดเลือด เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง
– อัลไซเมอร์
(ลองนึกถึงการแช่อิ่มผลไม้ในน้ำตาล โครงสร้างเนื้อผลไม้แข็งตัวทันที แล้วลองนึกถึงเม็ดเลือดแดงแช่อิ่มอยู่ในน้ำเลือดที่มีน้ำตาลอยู่ปริมาณสูงเป็นเวลานานดูสิคะ)

นี่คือเหตุผลที่ร่างกายมีการพัฒนาภาวะดื้อต่ออินซูลิน(ใช้อินซูลินเพิ่มขึ้นในการพาน้ำตาลเท่าเดิมเข้าเซลล์) เพื่อให้ตับอ่อนสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้น จะได้พาน้ำตาลที่เกินออกไปจากเลือด ป้องกันภาวะเป็นพิษดังกล่าว แต่เซลล์ก็ไม่ยอมเปิดประตูให้อินซูลินพาน้ำตาลเข้าเซลล์ได้ง่ายเหมือนเดิม เพราะมันได้พอแล้ว จะมายัดเยียดให้เซลล์อีกก็ไม่เอา เพราะน้ำตาลที่มากเกินเป็นพิษต่อเซลล์เช่นกัน น้ำตาลที่เกินแต่เซลล์ไม่ต้องการแล้วนี้ อินซูลินก็ไม่สามารถพากลับไปคืนในเลือดได้อีก เพราะเป็นพิษเช่นกัน ทางเดียวที่ทำได้คือ เปลี่ยนน้ำตาลที่เกินให้เป็นกลัยโคเจน และ ไตรกลีเซอไรด์ เอาไปเก็บไว้ในตับ กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน โป๊ะเชะหรือยังคะว่าไขมันรอบเอวเกิดได้อย่างไร เมื่อเราบริโภคแป้งและน้ำตาลเกิน

4. ร่างกายมีวัตถุดิบที่จะใช้เป็นแหล่งให้พลังงานอยู่ 3 ชนิด

คือ คาร์โบไฮเดรต(แป้งและน้ำตาล) โปรตีน(ร่างกายพยายามสงวนไม่ใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงาน เพื่อเอาไว้ใช้ซ่อมแซมร่างกาย) และไขมัน สาเหตุเดียวที่ร่างกายเลือกใช้คารโบไฮเดรตที่ถูกย่อยให้เป็นน้ำตาลแล้ว เป็นแหล่งให้พลังงานก่อนใช้ไขมันก็เพราะ น้ำตาลที่ไม่ถูกนำออกจากเลือดไปใช้ก่อน มันจะเป็นพิษต่อร่างกาย…แค่นั้นเองค่ะ ทั้งๆที่ขบวนการทางเคมีที่เผาผลาญไขมันเพื่อให้พลังงานนั้น สะอาดและเป็นพิษน้อยกว่าน้ำตาลก็ตาม แต่มันก็จำเป็นต้องเลือกใช้น้ำตาลก่อน

5. อวัยวะในร่างกายใช้ไขมันเป็นแหล่งให้พลังงานได้เกือบทั้งหมด

มีแค่ สมอง ด้านนอกของไต เลนส์ตา เม็ดเลือดแดง สเปิร์ม เท่านั้นที่ต้องใช้กลูโคส แต่…ร่างกายก็มีขบวนการทางเคมีที่เอาไว้ใช้ในการเปลี่ยนไขมันให้ได้กลูโคสอยู่แล้ว (คิดดูสิคะว่าร่างกายมหัศจรรย์แค่ไหน) ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว Dr. Berg เชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องบริโภคคาร์โบไฮเดรตก็ได้

ลองชม vdo นี้ดูค่ะ

 

 


Previous articleBody Set Weight Center
Next articleกุญแจดอกที่ 1 ในการขจัดไขมัน  “ปรับการกระจายพลังงานจากอาหารใหม่”
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน