เอวหนาหรือสะโพกใหญ่ อย่างไหนอันตรายกว่ากัน (ตอนที่ 1)


เรียบเรียงจากบทความ What is visceral fat and why is this so dangerous?

โดย Dr.Josh Axe

 


ผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าไขมันที่พอกตามส่วนต่างๆของร่างกายนั้น ก็แค่ทำให้ดูไม่น่ามอง ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศ แต่ไม่ได้เคยคิดถึงว่าไขมันที่พอกอยู่บางจุดในร่างกาย ได้แก่ไขมันที่พอกอยู่รอบอวัยวะสำคัญ สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างมหาศาล โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจ สมองเสื่อม มะเร็ง ซึมเศร้า และอีกหลายโรค

โพสต์นี้เราจะมาดูกันว่า ไขมันที่สะสมอยู่รอบอวัยวะภายใน มีอันตรายอย่างไรต่อสุขภาพของเรากันบ้าง และเรามีวิธีจะป้องกันไม่ให้มีการสะสมของไขมันรอบอวัยวะภายในได้อย่างไร

 

แล้วระหว่างเอวหนากับสะโพกใหญ่อย่างไหนอันตรายกว่ากัน

 

ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในคืออะไร
(What is visceral fat?)

› ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน คือไขมันส่วนเกินที่เก็บไว้ในเนื้อเยื่อไขมันซึ่งอยู่ภายในช่องท้อง (Intra abdominal adipose tissues) เราเรียกไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในอีกชื่อหนึ่งว่า ไขมันชั้นลึก (Deep Fat) ซึ่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนังลึกลงไปอีก ส่วนไขมันที่เก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อไขมันชั้นใต้ผิวหนังตื้นๆ มักจะอยู่แถวสะโพก ต้นขา ต้นแขน เรียกว่า Subcutaneous fat ถ้าอยู่รอบเอว พุงจะมีลักษณะห้อยย้อยกดแล้วนุ่ม กระเพื่อม แตกต่างจากไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในซึ่งอยู่ลึก ที่เมื่อกดแล้วจะแข็งๆแน่นๆ ไม่ค่อยกระเพื่อม

› ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน มีลักษณะคล้ายเจล ซึ่งหุ้มอยู่รอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน ไต เป็นต้น

› ดังนั้น ถ้าเรามีพุงที่ยื่นล้ำออกมา กดแข็งไม่ย้อย ไม่ค่อยกระเพื่อม เอวใหญ่ มันคือสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนว่า เรากำลังสะสมไขมันรอบอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

เพราะอะไรไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในเหล่านี้ถึงอันตราย

› ก็เพราะว่าเซลล์ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน มันไม่ได้เป็นเนื้อเยื่อขี้เกียจ ไม่มีปฏิกิริยาชีวเคมีอะไรเกิดขึ้นเลยอย่างที่เราเคยเข้าใจกัน นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีกิจกรรมทางชีวเคมีเกิดขึ้นมากมาย ภายในเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่รอบอวัยวะภายใน จนมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของร่างกายตามปรกติได้เลย

› การสะสมไขมันรอบอวัยวะภายในที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ

1 โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease)
2 มะเร็ง (Cancer)
3 โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
4 โรคสมองเสื่อม (Dementia)
5 เบาหวาน (Diabetes)
6 โรคซึมเศร้า (Depression)
7 โรคข้ออักเสบ (Arthritis)
8 โรคอ้วน (Obesity)
9 ความเสื่อมสมรรถนะทางเพศ (Sexual Dysfunction)
10 ความผิดปกติในการนอนหลับ (Sleep Disorder)

 

› ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน เป็นพิษ และสร้างปัญหาสุขภาพให้ร่างกาย เพราะมันมีความสามารถในการกระตุ้นเส้นทางชีวเคมีของการอักเสบได้ (Inflammatory Pathways) และยังสามารถส่งสัญญาณบอกโมเลกุลบางประเภท ให้เข้าไปขัดขวางการทำงานตามปกติของฮอร์โมนสำคัญในร่างกายได้ ถ้าจะว่าไปเนื้อเยื่อไขมันก่อปฏิกิริยาชีวเคมีประหนึ่งกับว่า มันเป็นอวัยวะหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ได้เป็นแค่เนื้อเยื่อไขมัน ธรรมดา ที่ไม่มีอิทธิพลอะไรเลยกับร่างกาย

› นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันทำหน้าที่ประหนึ่งกับว่าเป็นอวัยวะ ไม่ใช่แค่เนื้อเยื่อ ก็เพราะมันไม่ได้แค่สะสมไขมัน แต่มันปล่อยฮอร์โมนและสารอักเสบออกมามากมาย ที่เรียกว่า Cytokines ซึ่งนำไปสู่การเกิดปฏิกิริยาอักเสบทั่วร่างกาย ในขณะเดียวกันมันก็มีผลขัดขวางการทำหน้าที่ตามปกติของฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร น้ำหนัก อารมณ์ และการทำงานของสมองอีกด้วย

 

ไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในเกิดขึ้นได้อย่างไร
(How visceral fat develops?)

› ร่างกายรู้ดีว่า การมีหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันสะสม เป็นตัวบ่งชี้ความมีสุขภาพดี ดังนั้นร่างกายจะพยายามรักษาหน้าท้องที่แบนราบของเราไว้อย่างสุดความสามารถ โดยผ่านการควบคุมความอยากอาหาร (appetite) และการใช้พลังงานออกไป (Energy Expenditure)

› การที่จะป้องกันไม่ให้มีการสะสมไขมันรอบอวัยวะภายใน เกิดโดยร่างกายจะทำงานคล้ายวงออเคสตร้าของสารเคมี(ฮอร์โมน) ที่จะบอกให้เรากินและอิ่มเมื่อไหร่ วาทยากรของวงออเคสตร้านี้คือสมอง ที่จะสื่อสารกับอวัยวะสำคัญที่สร้างฮอร์โมนต่างๆ เราเรียกการสื่อสารนี้ว่า Brain-Body Connection

› การสื่อสารระหว่างสมองกับอวัยวะสำคัญที่สร้างฮอร์โมนนั้น จะมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะทำให้เรามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม หรือทำให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่ม และสะสมไขมันรอบอวัยวะภายในก็ได้

› ตัวการสำคัญที่เป็นหัวใจของความสามารถในการรักษาน้ำหนักที่เหมาะสม ความอยากอาหาร และการควบคุมอารมณ์คือ ระดับน้ำตาลในเลือดของเรา ซึ่งถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนอินซูลินเป็นหลัก อินซูลินจะรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากรับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล โดยเป็นตัวพาน้ำตาลออกจากเลือดไปส่งให้เซลล์ทั่วร่างกาย เช่นสมอง กล้ามเนื้อ เป็นต้น

› ในขณะเดียวกันอินซูลินก็รับผิดชอบในการสะสมไขมันไว้ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นชั้นใต้ผิวหนังตื้นๆ (Subcutaneous Fat) หรือชั้นใต้ผิวหนังลึกรอบอวัยวะภายใน (Visceral Fat) เราจึงเรียกอินซูลินว่า Fat Storage Hormone

› เมื่อเซลล์ได้รับน้ำตาลเพียงพอแล้วส่วนที่เกินจะนำไปเก็บไว้ในรูปไกลโคเจนถ้ายังมีเหลืออีกก็จะเริ่มเก็บสะสมเป็นไขมันไว้ที่เนื้อเยื่อไขมันและตับ

› กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและรวดเร็วมาก ถ้าเรารับประทานแป้งที่ผ่านขบวนการ (Refined Processed Carbohydrate) และอาหารที่เต็มไปด้วยน้ำตาล (Sugary Foods) เช่นขนมปังขาว พาสต้า โดนัท เบเกอรี่ คุกกี้ ซาลาเปา ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือน้ำหนักไขมันที่เพิ่มขึ้น และเราจะหิวตลอดเวลา นำไปสู่วงจรอุบาทของการที่หยุดกินไม่ได้ โดยเฉพาะหยุดกินของหวานไม่ได้

› ยิ่งมีระดับอินซูลินสูงในเลือดนานเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่คนๆนั้นจะสะสมไขมันส่วนเกินได้มากเท่านั้น

อาหารสำเร็จรูปผ่านขบวนการ สาเหตุของการมีน้ำหนักเกิน

ทำไมบางคนสะสมไขมันรอบอวัยวะภายใน (Visceral Fat) ได้มากกว่าคนอื่น

เพราะมีกลไกเฉพาะเจาะจงที่รับผิดชอบในการเพิ่มสัดส่วนไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในได้แก่

1 ได้รับแคลอรี่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ (Positive Energy Balance)
2 ฮอร์โมนเพศ (Sex Hormone)
3 ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Hormone Cortisol)
4 โกร้ธฮอร์โมน (Growth Hormone)
5 น้ำตาลฟรุคโตส

พี่ปุ๋มเคยเขียนโพสต์หนึ่งนานมากแล้ว เรื่อง Personal Fat Threshold อธิบายว่า ทำไมคนบางคนจึงสะสมไขมันรอบอวัยวะภายในมากกว่าคนอื่น มีเรื่องพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง บทความที่พี่ปุ๋มเขียนสรุปในตอนนั้น น่าสนใจมาก พี่แปะลิงค์โพสต์บทความเก่า และบทความใหม่นี้ ไว้ในคอมเมนท์นะคะ


จบตอนที่หนึ่ง พรุ่งนี้พี่จะเขียนสรุปต่อว่า ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน ก่อให้เกิดอันตราย 6 ประการอะไรบ้าง และเราจะป้องกันการเกิดไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในได้อย่างไร

ตอนนี้พวกเราคงจะรู้แล้วนะคะว่า จะเลือกเอวหนาหรือสะโพกใหญ่กันดี