When we fast, we eat our own fat เมื่อเราหยุดกิน เรากำลังกินไขมันตัวเอง


ในหนังสือ The Complete Guide to Fasting โดย Dr.Jason Fung เขียนไว้ว่า “เมื่อเราหยุดกิน เรากำลังกินไขมันตัวเอง” “When we fast, we eat our own fat”

แล้วขบวนการกินไขมันตัวเอง เกิดขึ้นในร่างกายได้อย่างไร

 

จากการศึกษาของ Prof.Dr.George F.Cahill Jr. หนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสรีรวิทยาของการหยุดกินอาหาร พบว่า ช่วงการเปลี่ยนจากกินอาหาร (Fed State) มาเป็นช่วงเวลาหยุดกินอาหาร (Fast State) นั้น มีการเปลี่ยนแปลง 5 สภาวะ เกิดขึ้นในร่างกายดังนี้

สภาวะที่ 1 : ช่วงกินอาหาร (Feeding)

การย่อยและการดูดซึม ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ดังนั้น ฮอร์โมนอินซูลินก็เพิ่มระดับ เพื่อตอบสนองในการพากลูโคสออกจากเลือด ไปสู่เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงาน กลูโคสส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปกลัยโคเจนที่ตับและกล้ามเนื้อ หรือไขมันไตรกลีเซอไรด์ เก็บไว้ที่ตับ หรือเนื้อเยื่อไขมัน

สภาวะที่ 2 : ช่วงเวลาหลังจากการย่อยและดูดซึม (The Post Absorptive Phase)

(6-24 ช.ม. หลังจากหยุดกินอาหาร) ระดับกลูโคสและอินซูลินเริ่มลดต่ำลง เพื่อให้ร่างกายยังคงมีพลังงานในการดำรงชีวิต ตับจะเริ่มต้นสลายกลัยโคเจนเพื่อให้ได้กลูโคสมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเผาผลาญให้ได้พลังงาน ซึ่งกลัยโคเจนจะถูกเก็บสะสมไว้ใช้งานได้ประมาณ 24-36 ช.ม.

สภาวะที่ 3 : ช่วงเวลาสร้างกลูโคสใหม่ (Gluconeogenesis)

(24-48 ช.ม.หลังจากหยุดกินอาหาร) ณ ช่วงเวลานี้ กลัยโคเจนสะสมถูกใช้งานหมดแล้ว ตับจะสร้างกลูโคสใหม่จากกรดอะมิโน โดยขบวนการที่เรียกว่า Gluconeogenesis ในคนปรกติที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง แต่ยังอยู่ในระดับปรกติ

สภาวะที่ 4 : ช่วงเวลาอยู่ในคีโต (Ketosis)

(2-3 วัน หลังจากหยุดกินอาหาร ระดับอินซูลินที่ลดต่ำลงกระตุ้นขบวนการสลายไขมันไตรกลีเซอไรด์ ที่เก็บสะสมไว้ที่ตับและชั้นใต้ผิวหนัง ให้ได้ กลีเซอรอล 1 โมเลกุล กับ กรดไขมัน 3 โมเลกุล กลีเซอรอลจะถูกนำไปสร้างกลูโคสด้วยขบวนการ Gluconeogenesis เพื่อสงวนโปรตีนกล้ามเนื้อ ส่วนกรดไขมัน 3 โมเลกุลจะถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการเผาผลาญให้พลังงาน กับเนื้อเยื่อเกือบทุกประเภท ยกเว้นสมอง

ในขบวนการสันดาปกรดไขมันเพื่อให้ได้พลังงาน จะได้ by product คือ คีโตน ซึ่งสามารถผ่าน Blood Brain Barrier เข้าสู่สมอง เพื่อให้สมองได้ใช้เป็นวัตถุดิบในการเผาผลาญเป็นพลังงานแทนกลูโคส หลังจากหยุดกินอาหาร 4 วัน พบว่าราวๆ 75% ของพลังงานสมอง ได้มาจากการเผาผลาญคีโตน มีคีโตนหลักๆอยู่ 2 ชนิด ที่ได้จากการเผาผลาญกรดไขมัน คือ Betahydroxy butyrate และ Acetoacetate ซึ่งมีระดับเพิ่มขึ้นมากกว่า 70 เท่าในช่วงหยุดกินอาหาร

สภาวะที่ 5 : ช่วงเวลาสงวนมวลกล้ามเนื้อ

(5 วันหลังจากหยุดกินอาหาร) ระดับโกร๊ธฮอร์โมนที่สูงลิ่วที่ร่างกายหลั่งออกมาในช่วงหยุดกินอาหาร จะช่วยสงวนมวลกล้ามเนื้อ ส่วนอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานคงที่ จากการที่ร่างกายหลั่งสารนอร์อิพิเนฟฟริน และร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอตลอดเวลา จากการเผาผลาญกรดไขมันและคีโตน ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่จากขบวนการเปลี่ยนกลีเซอรอลเป็นกลูโคส (Gluconeogenesis)
มีขบวนการสร้างและทำลายโปรตีนตามปรกติ (Protein turnover)

 

ด้วยสภาวะที่เกิดขึ้น 5 ขั้นตอน จากการหยุดกินอาหาร เราจึงขจัดไขมันออกจากร่างกายได้ ด้วยการกินไขมันตัวเองเช่นนี้แล

 


Reference : George F. Cahill Jr., “Fuel Metabolism in Starvation,”
Annual Review of Nutrition 26 (2006) : 1-22.


Previous articleFasting (การหยุดกินอาหาร) ช่วยยืดอายุขัยของสิ่งมีชีวิตได้
Next articleLCHF Wrap
ภญ.โสภิตา ศิริรัตน์
พี่ปุ๋มเคยมีน้ำหนักถึง 92.8 กิโลกรัม เข้าข่ายอ้วนระดับอันตรายเลยค่ะ ปัจจุบันพี่ปุ๋มน้ำหนักลดลง 15 กิโลกรัม เอวลดลง 5 นิ้ว ไขมันลดลงไป 4.8% ซึ่งถึงแม้จะยังมีไขมันส่วนเกินที่ต้องขจัดออกอีกก็ตาม พี่ปุ๋มก็อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือสุขภาพดีๆเยอะมาก รวมทั้งตำราวิชาการอื่นๆ นำมาปฏิบัติกับตัวเอง จนเข้าใจการทำงานของร่างกายในการสะสมและขจัดไขมันออก จึงอยากแบ่งปัน และอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพัฒนาการการขจัดไขมันของพี่ต่อไป พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆให้มาขจัดไขมันส่วนเกินไปด้วยกัน